
ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ออกหนังสือชี้แจงถึงสมาชิก กรณีมีกระแสเรียกร้องให้ทวงคืนที่ดินบริเวณตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น โดยยืนยันจากการตรวจสอบไม่พบแผนงาน งบประมาณ หรือมติที่ประชุมใหญ่และมติคณะกรรมการให้จัดซื้อที่ดินดังกล่าว พร้อมย้ำจะเดินหน้าดำเนินคดีอาญา คดีแพ่ง และคดีฟอกเงินกับผู้เกี่ยวข้องตามกระบวนการยุติธรรม
เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 นายอนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ได้ออกหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงถึงสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ทุกท่าน กรณีที่ชมรมพิทักษ์รักสหกรณ์ฯ และบุคคลภายนอกออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้สหกรณ์ดำเนินการทวงคืนที่ดินบริเวณตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหลักเมืองขอนแก่น โดยระบุว่าเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์
นายอนุศาสตร์ระบุว่า จากการตรวจสอบเอกสารและมติที่เกี่ยวข้อง พบว่าสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ไม่เคยมีแผนงานหรือจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดซื้อที่ดินแปลงดังกล่าว อีกทั้งไม่ปรากฏมติที่ประชุมใหญ่หรือมติคณะกรรมการดำเนินการที่อนุมัติให้จัดซื้อที่ดินดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งการใช้จ่ายเงินของสหกรณ์ทุกประเภทจำเป็นต้องดำเนินการตามข้อบังคับ ระเบียบ และกฎหมาย รวมทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่ จึงถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ยืนยันข้อเท็จจริงในเรื่องนี้
ประธานกรรมการสหกรณ์ฯ ยังเปิดเผยว่า สหกรณ์ได้ดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหาในความผิดฐานยักยอกทรัพย์ ปลอมแปลงเอกสาร และความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการฟอกเงิน โดยศาลมีคำพิพากษาให้ผู้กระทำความผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่สหกรณ์และลงโทษจำคุก อย่างไรก็ตาม คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์และฎีกา จึงยังไม่ถึงที่สุดตามกฎหมาย
สำหรับกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาอ้างต่อศาลว่าได้นำเงินของสหกรณ์ไปซื้อที่ดินดังกล่าวในลักษณะถือครองแทนสหกรณ์ รวมทั้งมีการนำประเด็นดังกล่าวมาเคลื่อนไหวในสังคมนั้น นายอนุศาสตร์เห็นว่า เป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งคณะกรรมการได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ไม่พบหลักฐานที่แสดงถึงการอนุมัติซื้อที่ดินจากที่ประชุมใหญ่หรือคณะกรรมการ จึงถือว่าเป็นการดำเนินการโดยพลการของผู้กระทำความผิด ไม่ใช่การดำเนินการในนามของสหกรณ์
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าการออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ทวงคืนที่ดินในช่วงที่คดีอาญาและคดีฟอกเงินยังไม่สิ้นสุด อาจส่งผลให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสังคม และอาจกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม จึงขอให้สมาชิกพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน
ทั้งนี้ คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ยืนยันว่าจะเดินหน้าดำเนินคดีแพ่ง คดีอาญา และคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินต่อไปตามกระบวนการของกฎหมาย โดยจะไม่มีมติให้ดำเนินการทวงคืนที่ดินแปลงดังกล่าว เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่าที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์ พร้อมระบุว่า นายทะเบียนสหกรณ์ได้เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตามคำร้องเรียนแล้ว และสหกรณ์ได้ชี้แจงพร้อมนำส่งหลักฐานที่มีทั้งหมดให้พิจารณาตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว.
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ