
วันที่ 18 กันยายน 2569 ที่ เทศบาลตำบลโพธิ์สัย อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด นายวีระ ศรีคำ หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการดำเนินโครงการ โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยการก่อสร้างธนาคารน้ำใต้ดิน ในพื้นที่ เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันการทุจริต และตรวจสอบการใช้งบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและคุ้มค่า โดยมีพันโทสังคม แสนวัง นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์สัย ว่าที่ร้อยตรีแมน กันยารัตน์ ปลัดเทศบาลตำบลโพธิ์สัย และผอ.กองงานที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และชีแจงความเป็นมา และผลคาดว่าจะได้รับ
การเดินหน้าโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ด้วยการก่อสร้าง ธนาคารน้ำใต้ดิน ในพื้นที่ชุมชน เพื่อเพิ่มศักยภาพการจัดการน้ำและช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะขาดแคลนน้ำ โครงการดังกล่าวมุ่งใช้แนวทางธนาคารน้ำใต้ดินเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ โดยเพิ่มโอกาสในการกักเก็บน้ำและรักษาความชุ่มชื้นของพื้นที่ ซึ่งสามารถนำไปใช้ประกอบการจัดการปัญหาน้ำในชุมชนทั้งในช่วงฤดูฝนและฤดูแล้ง การดำเนินงาน นับเป็นแนวทางหนึ่งของเทศบาลในการเตรียมความพร้อมรับมือปัญหาภัยแล้ง และสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับชุมชนให้มีความต่อเนื่อง

พันโทสังคม แสนวัง นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์สัย โครงการเศรษฐกิจพอเพียง หวังใช้พื้นที่ของเทศบาลให้เกิดประโยชน์ สร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้ไม่มีที่ทำกิน และครอบครัวที่ต้องดูแลบุตรหลาน โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามาทำงาน มีรายได้วันละ 300 บาท ขณะเดียวกันผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพด้วยตนเอง สามารถแบ่งพื้นที่ทำกิน พร้อมได้รับการสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และน้ำ เพื่อให้สามารถเริ่มต้นได้โดยไม่ต้องลงทุนสูง
***จุดเด่นคือการเชื่อมโยง “แหล่งน้ำ–พลังงานแสงอาทิตย์–เกษตรพอเพียง” โดยใช้โซลาร์เซลล์สูบน้ำจากแหล่งน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร พร้อมนำระบบท่อส่งน้ำไปสนับสนุนพื้นที่เกษตรประมาณ 1,000 ไร่ เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำและเพิ่มโอกาสสร้างรายได้ให้เกษตรกร
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการปลูกกล้วยและพืชผัก โดยใช้ต้นกล้วยเป็นพืชพี่เลี้ยงช่วยสร้างร่มเงาและใช้ประโยชน์ได้หลายทาง รวมถึงการต่อยอดผลผลิตเป็นอาหารและสินค้าในชุมชน
ด้านการตลาด มีการประสานความร่วมมือกับภาคการศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาความรู้ หาตลาด ทั้งตลาดชุมชน ห้างค้าปลีก และช่องทางออนไลน์ โดยรายได้จากผลผลิตนำกลับมาหมุนเวียนเป็นค่าแรงและขยายโครงการต่อไป

เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาพื้นที่ให้เป็น แหล่งอาหาร แหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร พร้อมเปิดให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาศึกษาดูงาน เพื่อสร้างรายได้และนำกลับมาพัฒนาโครงการให้เกิดความยั่งยืน
“เศรษฐกิจพอเพียง” จึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การปลูกพืช แต่เป็นการเชื่อม น้ำ อาชีพ รายได้ ตลาด และคนในชุมชน เพื่อให้ประชาชนมีพออยู่ พอกิน และสามารถดูแลครอบครัวได้อย่างยั่งยืน
//////////////////
โชติกา ภาพ/ข่าว