
เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 15 กันยายน 2569 ที่ห้องมงกุฎเพชร โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นประธานเปิดงานแถลงผลโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ส่วนภูมิภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ภายใต้แนวคิด Thailand Digital Census for All ก้าวข้ามความท้าทายสู่โอกาสใหม่ ด้วยข้อมูลสำมะโนประชากร ซึ่งสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้กำหนดจัดกิจกรรมขึ้น โดยมีนายยุทธนา โพธิวิหค รอง ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย ข้าราชการ นักวิชาการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง
นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการสำรวจสำมะโนประชากรจะทำทุก 10 ปี ซึ่งหากนับจำนวนรอบนี้ต้องทำคือในปี 2563 แต่ติดสถานการณ์โควิดจึงต้องเลื่อนมาทำปี 2568 โดยได้ขยับมาในระดับภูมิภาค เพราะว่าข้อมูลทุกอย่างปัจจุบันประเทศไทยไม่ได้อยู่ที่กรุงเทพฯเพียงอย่างเดียว ซึ่งทุกภูมิภาคมีความสำคัญ คณะทำงานจึงต้องเดินสายทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยภาคเหนือไปที่เชียงใหม่ ภาคอีสานมาที่ขอนแก่น ภาคใต้ไปที่นครศรีธรรมราชและจะไปปิดที่กรุงเทพฯ วันนี้จะเห็นได้ว่าภาคอีสานเป็นกำลังสำคัญในเรื่องของแรงงานและประชากรส่วนใหญ่ของประเทศไทยอยู่ที่นี่อยู่ที่ภูมิภาคนี้ ข้อมูลต่างๆส่งมอบให้ทางจังหวัดเพื่อจะนำไปพัฒนาต่อไป ซึ่งข้อมูลสำมะโนประชากรเป็นข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติลงเข้าไปสำรวจคนทุกคนที่อยู่ในเมืองไทย ไม่ใช่เป็นคนที่มีสัญชาติไทยเราทำสัญชาติไม่เกี่ยงสัญชาติ
“สำมะโนประชากรตอนนี้มีอยู่ประมาณ 73,000,000 กว่าคน ซึ่งการบริหารจัดการทรัพยากรต่างๆจัดการตามจำนวนคนที่แท้จริงก็จะมีประโยชน์ ส่วนเรื่องประชากรแฝงหรืออื่นๆจะเป็นเรื่องของหน่วยงานราชการอื่นๆที่ต้องลงไปดูแลต่อไป อย่างไรก็ตามการสำรวจประชากร เป็นการเดินไปสำรวจทุกครัวเรือนและรวบรวมข้อมูลมาจะเป็นฐานของประชากรที่อยู่ในประเทศไทย ต้องมาเทียบดูกับข้อมูลของกระทรวงมหาดไทยต้องไปดูว่ามีคนอยู่ในทะเบียนบ้านเท่าไหร่ ไปดูเรื่องของการใช้สิทธิ์ของกระทรวงสาธารณสุข การใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ต้องมีการเชื่อมโยงกันสำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่เป็นหน่วยงานกลางในการกำหนดมาตรฐานให้กระทรวงทบวงกรมอื่นไปดำเนินการตามแผนถ้าข้อมูลชัดเจนการแก้ปัญหาเรื่องต่างๆก็จะไม่ยากตรวจสอบได้”
นายเอกพงษ์ กล่าวต่อว่าการแถลงผลโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ส่วนภูมิภาค (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 พร้อมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ประชากรและที่อยู่อาศัยของประชากรให้กับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมในการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์กำหนดนโยบาย การวางแผนพัฒนา และการตัดสินใจเชิงหลักฐาน อย่างกว้างขวางและเป็นรูปธรรมอันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ทั้งนี้สำนักงานสถิติแห่งชาติให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเผยแพร่ผลการดำเนินโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ซึ่งนับเป็นการจัดทำสำมะโนประชากรครั้งที่ 12 และ สำมะโนเคหะครั้งที่ 6 ของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการถ่ายทอดข้อมูลสำคัญด้านประชากรและที่อยู่อาศัยแก่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคมในพื้นที่ให้ได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และทันต่อบริบทการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย ตลอดจนส่งเสริมการนำข้อมูลสถิติไปใช้ประโยชน์ในการกำหนดนโยบาย การวางแผนพัฒนา การจัดสรรทรัพยากร และการบริหารจัดการบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในแต่ละพื้นที่
ขณะที่ นายยุทธนา โพธิวิหค รอง ผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า ข้อมูลคือรากฐานที่แท้จริงของการพัฒนาที่ยั่งยืน สำมะโนที่ผ่านมาในปี 2568 นี้ ไม่ใช่เพียงการเก็บสถิติแบบเดิมที่เราเคยรู้จัก แต่คือ Digital Census ที่เปลี่ยนผ่านสู่ยุคข้อมูล อัจฉริยะ ซึ่งเห็นได้ว่าภาคตะวันออกเฉียงเหนือกำลังเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในมิติใหม่ เราไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ สังคมเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือโตขึ้น อย่างก้าวกระโดดถึง 29.1% ในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ท้องถิ่นเมืองรองกำลังเติบโต อย่างคึกคัก ขณะเดียวกันเส้นทางของวัยแรงงานสายเลือดอีสานก็ไม่ได้มุ่งตรงสู่กรุงเทพอีกต่อไป แต่เป็นชลบุรีและเขตเศรษฐกิจตะวันออก หรือ EEC แซงหน้า กรุงเทพฯ ไปเรียบร้อยแล้ว
“เรากำลังเจอความท้าทายของบ้านที่ หดเล็กลงเฉลี่ยเหลือเพียง 3.0 คนต่อครัวเรือน โครงสร้างประชากรที่มีสัดส่วน ผู้สูงอายุถึง 23.3% มากกว่าวัยเด็กถึง 1.5 เท่า และที่น่าห่วงใยที่สุดคือ การเพิ่มขึ้น อย่างเปราะบางของกลุ่มผู้สูงอายุที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังเพียงเดียวดายคำถาม สำคัญที่ท้าทายพวกเราในวันนี้ คือพวกเราจะดำเนินการอย่างไรกับสถานการณ์ ดังกล่าว ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนในฐานะผู้กำหนดนโยบาย และเป็นหมุดหมายในการ เตรียมการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่เพื่อส่งตรงสวัสดิการและการดูแลสุขภาวะ ให้แก่ประชาชน วางแผนระบบการจ้างงานให้มั่นคงมีสวัสดิการทั่วถึง รวมทั้ง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ของเราแต่ในเวลาเดียวกัน มันคือสัญญาณ แห่งโอกาสทางธุรกิจครั้งมโหฬารของภาคเอกชน”
ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ