
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงานกกพ.)ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่ากกพ. พร้อมสนับสนุนและเร่งรัดการดำเนินงานตามโครงการ“Quick Big Win”ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเพื่อขับเคลื่อนภารกิจสำคัญและโครงการเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้โดยมุ่งให้ภาคพลังงานเป็นกลไกหลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าและการลงทุนดึงดูดการย้ายฐานการผลิตจากต่างประเทศพร้อมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในระดับชุมชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตสร้างการจ้างงานและความยั่งยืนให้กับระบบพลังงานของประเทศในระยะยาว
“การพัฒนาภาคพลังงานถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนของประเทศให้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและรวดเร็วกกพ. พร้อมหนุนเสริมทุกนโยบายและมาตรการของรัฐบาลภายในกรอบเวลาที่จำกัดเพียง4 เดือนโดยมั่นใจว่าทุกภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบของกกพ. จะมีความชัดเจนก่อนสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน”

ดร.พูลพัฒน์กล่าวภายหลังให้การต้อนรับและประชุมร่วมกับ นายอรรถพลฤกษ์พิบูลย์รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงพลังงานพร้อมคณะผู้บริหาร ซึ่งได้ให้เกียรติเดินทางมายังสำนักงาน กกพ.เพื่อหารือแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพลังงานและกกพ. เพื่อเร่งรัดภารกิจด้านพลังงานให้สอดคล้องกับทิศทางของรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568
ในการประชุมระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกับกกพ. ได้หารือแนวทางความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนภารกิจด้านพลังงานตามโครงการ“Quick Big Win”ที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานกกพ.ได้แก่
1. โครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชนมีเป้าหมายกำลังการผลิต 1,500 เมกะวัตต์ มุ่งสร้างรายได้และ
ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระดับชุมชนโดยสำนักงานกกพ. รับผิดชอบในการจัดทำระเบียบ ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการรับซื้อไฟฟ้า เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามที่นโยบายกำหนด
2. มาตรการDirect PPA สำหรับData Centerกกพ. ได้นำเสนอ ร่างหลักเกณฑ์โครงการนำร่องการซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement: Direct PPA)ผ่านการขอใช้บริการระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access: TPA) สำหรับศูนย์ข้อมูล (Data Center)รวมถึง ร่างข้อกำหนดการเปิดใช้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้แก่บุคคลที่สาม (Third Party Access Code: TPA Code)นำไปรับฟังความคิดเห็นจาก
ผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางเว็บไซต์สำนักงานเมื่อวันที่ 3- 10ตุลาคม 2568แล้วโดยจะเร่งสรุปร่างหลักเกณฑ์และอัตราค่าบริการ TPAเสนอต่อกระทรวงพลังงานเพื่อพิจารณาและนำเสนอคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ภายในพฤศจิกายน 2568
3. โครงการโซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตรดำเนินการโดยขอรับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าภายใต้การกำกับของกกพ. มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในการสูบน้ำเพื่อการเกษตรลดต้นทุนค่าใช้จ่ายของเกษตรกรและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก
พร้อมกันนี้สำนักงานกกพ. ยังได้เสนอประเด็นเรื่องเร่งด่วนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานพิจารณาได้แก่
1.แนวทางการดูแลค่าไฟฟ้ามุ่งสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าควบคู่กับการดูแลผู้ใช้ไฟฟ้าให้ได้รับค่าไฟฟ้าที่เหมาะสมเป็นธรรมและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
2.การคัดเลือกคณะกรรมการสรรหาและกรรมการกำกับกิจการพลังงานเพื่อให้การบริหารงานของ กกพ. ดำเนินต่อเนื่องโดยเสนอให้ดำเนินการแต่งตั้งกรรมการสรรหาและกรรมการชุดใหม่จำนวน 4 คน
ในกำหนดระยะเวลาที่เหมาะสม
3. โครงการสร้างพื้นฐานในกิจการก๊าซธรรมชาติไม่เพียงพอ (LNG tank and Loading Arm)ปัจจุบันโครงสร้างพื้นฐานด้านก๊าซธรรมชาติเช่นถังเก็บLNG และระบบขนถ่าย (Loading Arm) ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้กกพ. จึงต้องพิจารณาแนวทางพัฒนาและกำกับโครงสร้างพื้นฐานLNG
ให้เพียงพอและมั่นคงรองรับความต้องการพลังงานในอนาคต
4. แนวทางการผลิตไฟฟ้าเพื่อใช้เองในภาคธุรกิจส่งเสริมให้ภาคธุรกิจสามารถลงทุนผลิตไฟฟ้า
เพื่อใช้ภายในกิจการของตนเองโดยมุ่งลดต้นทุนพลังงานเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดทั้งนี้การดำเนินงานอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และกรอบกำกับของสำนักงานกกพ. เพื่อให้เกิดความปลอดภัยความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ไฟฟ้ารายอื่น
5. การอนุมัติแผนการดำเนินงานและแผนงบประมาณประจำปี 2569 ของสำนักงานกกพ.
ดร.พูลพัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่าระหว่างการหารือกกพ. ได้รายงานสถานการณ์การผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยและราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าอยู่ในทิศทางที่ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าในช่วงต้นปีหน้าได้อย่างมีนัยสำคัญหากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์คลี่คลายควบคู่กับความ
ผันผวนของราคาเชื้อเพลิงยังอยู่ในแนวโน้มขาลงก็จะส่งผลดีต่อแนวโน้มค่าไฟของประเทศในระยะยาวอีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการทยอยชำระคืนภาระต้นทุนคงค้าง (AF) ที่กฟผ. รับภาระค่าเชื้อเพลิงและ
ค่าซื้อไฟฟ้าแทนประชาชนในช่วงวิกฤตพลังงานซึ่งคงค้างอยู่ประมาณ66,000 ล้านบาทและภาระค่าAF Gasที่ค้างอยู่ระหว่างปตท. และกฟผ. อีกประมาณ15,000 ล้านบาท (ข้อมูลณสิ้นเดือนเมษายน2568) เพื่อให้สามารถดำเนินการชำระคืนได้หมดโดยเร็วสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับระบบพลังงานของประเทศในระยะยาว
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ