วันพฤหัสบดี, 16 เมษายน 2569

เจ้าหน้าที่ ตร. คุมเข้ม กลุ่มเครือข่ายคนฮักทุ่งกุลา ปิดถนนทำพิธีกรรม เผาฟางและชานอ้อย ประท้วงด้านนอกเวทีประชาพิจารณ์ ค.2

เจ้าหน้าที่ ตร. คุมเข้ม กลุ่มเครือข่ายคนฮักทุ่งกุลา ปิดถนนทำพิธีกรรม เผาฟางและชานอ้อย ประท้วงเมื่อมีเวทีประชาพิจารณ์ ค.2 แสดงจุดยืนคัดค้านโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงงานน้ำตาลพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ด้านโรงงานพร้อมเปิดให้เข้าเสนอข้อคิดเห็นแต่กลุ่มเครือข่ายคนฮักทุ่งกุลาปฏิเสธ หวั่นไม่ปลอดภัย 

.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ 18 ก.ค.66  เวลา09.00น.บริษัทสมานฉันท์กรับใหญ่จำกัดได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นครั้งที่สอง(ค.2)เพื่อจัดทำรายงาน EIA เกี่ยวกับการสร้างโรงงานน้ำตาลเเละโรงไฟฟ้าชีวมวล(ชานอ้อย)ที่ต.โนนสวรรค์ อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ดโดยมีประชาชนในพื้นที่ ส่วนราชการเเละฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก ทั้งนี้กลุ่มผู้คัดค้านการสร้างโรงงานจำนวนหนึ่งได้ชุมนุมคัดค้านที่บริเวณริมถนนสาย202

   โดยมีการทำกิจกรรมถือป้ายประท้วง ปราศรัยคัดค้าน การสร้างโรงงานเเละส่งเสริมการปลูกอ้อยในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ที่เป็นพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิโดยผู้คัดค้านได้เเสดงกิจกรรมปราศรัยคัดค้านบนถนน การไหว้บรรพบุรุษเพื่อให้ช่วยรักษาพื้นที่ เเละเผาชานอ้อยเเละฟางเพื่อเป็นการประท้วงหน้าทางเข้าพื้นที่จัดงาน

    ทั้งนี้ผู้จัดงานได้เชิญประชาชนที่คัดค้านเข้ามาลงทะเบียนเเละสามารถเเสดงความเห็นในเวทีการจัดงานได้ เเต่ผู้ชุมนุมปฏิเสธการเข้าพื้นที่เเละยุติการชุมนุมในเวลา14.00น.

     บรรยากาศภายในเวทีทั้งภาคเช้าเเละบ่ายนั้นประชาชนที่มาร่วมเวทีได้รับฟังเเละเเสดงความเห็นเกี่ยวกับโรงงานทั้งสองเเห่งว่าจะสร้างผลกระทบกับพื้นที่เช่นใดโดยตัวเเทนบริษัทชี้เเจงว่าบริษัทปฏิบัติตามกฎหมายเเละนโยบายรัฐบาลรวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบกับพื้นที่เเละประชาชนเพราะโรงงานทั้งสองเเห่งต้องอยู่กับชุมชน ประชาชนเเละสิ่งเเวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยจะมีตัวเเทนไตรภาคีในการตรวจสอบกิจกรรมของโรงงานทั้งสองเเห่งตามกฎหมาย โดยโรงงานได้รับใบอนุญาตตั้งโรงงานจากคณะกรรมการอ้อยเเละน้ำตาลทรายเลขที่ อก0604/323 มีกำลังการผลิต2.4หมื่นตัน/อ้อย ตลอด120วันในฤดูกาลผลิตอ้อยส่วนชานอ้อยจะผลิตไฟฟ้าชีวมวล(ชานอ้อย)กำลังการผลิต36เมกะวัตต์เพื่อผลิตใช้ในโรงงาน โดนเป็นการดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลในแผนพัฒนาอีสานผ่านนโยบาย BCGที่จะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำความยากจน เน้นเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยใช้ชานอ้อยมาเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยรัฐบาลได้มีนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมน้ำตาลในภาคอีสาน ปัจจุบันมีโรงงานน้ำตาล 20 แห่ง มีพื้นที่ปลูกอ้อย 10.5 ล้านไร่

      ซึ่งนายพิชญ์ ผาณิตพิเชฐวงศ์ ผอ.โครงการโรงน้ำตาล กล่าวว่า ขอให้เชื่อมั่น ด้านการทำงานที่มีการควบคุมทุกปัญหาที่ประชาชนถาม และป้องกันการส่งผลกระทบประชาชนโดยเข้มงวด โดยมีวิศวกร คณะทำงานโดยใกล้ชิด ด้วยประสบการที่ต้องควบคุม ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนในพื้นที่ ซึ่งต้องดูแล ให้อยู่ร่วมกันได้ และไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน และก็ยินดีรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อนำไปใช้ปฎิบัติ ให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎกระทรวง ที่ได้รับการอนุญาตอย่างเข้มงวด  โดยยินดีจะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย แม้จะไม่ยอมเข้าร่วมในเวที ซึ่งกล่าวหาว่า ทางโรงงานปิดกั้น ซึ่งความจริงแล้วไม่มีการปิดกั้น และยินดีรับฟังทุกความเห็น ซึ่งการทำเวทีประชาพิจารณ์ ในโรงงานก็ไม่ได้หมายความว่าปิดกั้น แต่เป็นเพราะมีความพร้อมด้านความสะดวกทุกด้าน และการจัดเวทีมากกว่า ซึ่งเราก็พร้อมที่จะต้อนรับ แต่ต้องมาด้วยความสงบและนั่งเก่าอี้ถกถามพูดจากันด้วยสันติวิธี ซึ่งก็พร้อมจะรับฟัง โดยไม่ใช้วิธีการรุนแรง และหากต่อไปจะยื่นข้อเสนอใดๆก็พร้อมที่จะรับฟัง ความคิดเห็น ที่มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน  ซึ่งบรรยากาศในเวทีประชาพิจารณ์ ค.2  วันนี้เป็นไปด้วยเรียบร้อยดี ประชาชน และส่วนราชการในพื้นที่และเขตใกล้เคียงได้สอบถามเเละเเสดงความเห็นกันรอบด้าน ในการเเสดงความเห็นโดยไม่มีเหตุใดๆ ในพื้นที่เวทีจัดงาน