วันพฤหัสบดี, 22 มกราคม 2569

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถลงสรุปข่าวเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไตรมาส 1 ปี 2566

ดร.ทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ธปท. สภอ.) แถลงข่าวเมื่อวันที่ 3พฤษภาคม2566 สรุปสาระสำคัญ ดังนี้ เศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ไตรมาส
1 ปี 2566 ยังไม่ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับเศรษฐกิจประเทศ และทรงตัวจากไตรมาสก่อนตามการบริโภคภาคเอกชนที่ทรงตัว จากรายได้ทั้งในและนอกภาคเกษตรที่ยังเปราะบาง กอปรกับค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง และการสิ้นสุดของมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายที่เคยเป็นแรงพยุงสำคัญ ด้านการลงทุนหดตัวต่อเนื่องตามผลของเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอลงสอดคล้องกับการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยบวกอยู่บ้างจาก
การเบิกจ่ายภาคการคลังที่ขยายตัว

คาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจในปี 2566 ยังคงทรงตัว ตามภาคเกษตรที่ผลผลิตลดลงจากผลกระทบของ
น้ำท่วมในปีก่อนและภัยแล้งในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะส่งผลให้การผลิตในอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรปรับลดลง กอปรกับการผลิตเพื่อส่งออกที่ยังไม่ได้รับผลดีเมื่อเทียบกับการส่งออกของประเทศ สำหรับการบริโภคภาคเอกชน
มีแนวโน้มฟื้นตัวได้ในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 จากปัจจัยพิเศษที่มีวันหยุดยาว และวันหยุดพิเศษ แต่ครึ่งหลังของปี 2566 ยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพที่ยังอยู่ระดับสูงอย่างไรก็ดี ภาคการคลังที่ขยายตัวต่อเนื่องยังเป็น
แรงสนับสนุนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ภัยแล้งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของอีสานในปี 2566-2567ดร.ทรงธรรม มีความเป็นห่วงสถานการณ์ภัยแล้ง
ปี 2566 ที่มีโอกาสจะเกิดสถานการณ์เอลนีโญมากขึ้น ทำให้ปริมาณฝนลดลง และอากาศร้อนกว่าปกติเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ประกอบ อาทิ ปริมาณน้ำฝนสะสม4 เดือนแรก ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 30 ปี สอดคล้องกับค่าความชื้นในดินที่
อยู่ในระดับต่ำ และทั้งสองปัจจัยยังต่ำกว่าปี 62ที่มีภัยแล้งรุนแรง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตเกษตรอีสาน
ในปี 66และต่อเนื่องมายังปี 67โดยเฉพาะข้าวนาปี และอ้อยโรงงานดังนั้น ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนควรเตรียมแผนรองรับเช่น การบริหารจัดการน้ำ กักเก็บน้ำ และจัดหาแหล่งน้ำขนาดเล็กกระจายทั่วพื้นที่อย่างเพียงพอ เนื่องจากอีสานมีข้อจำกัดของสภาพพื้นที่ในการสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่รวมทั้งการปรับปรุงดินและปรับใช้เทคโนโลยีเพื่อลดการใช้น้ำและเพิ่มผลผลิตเช่น ระบบน้ำหยดนอกจากนี้ความไม่แน่นอนของรายได้จากภัยแล้งกระทบต่อรายได้ภาคเกษตร เกษตรกรจึงควรระมัดระวังการใช้จ่าย และหารายได้เสริม เป็นต้น

สถานการณ์ภัยทางการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงไตรมาส 1/2566 สถิติการรับแจ้งคดีออนไลน์
มีแนวโน้มลดลง
จาก24,208 รายในเดือน ม.ค. 66 เหลือ 20,864 รายในเดือน มี.ค. 66ส่วนใหญ่เป็นการหลอกซื้อขายสินค้าหรือบริการ รองลงมาเป็นการหลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานฯ และข่มขู่ทางโทรศัพท์ (Call center)ดังนั้น ประชาชนยังต้องระมัดระวังและติดตามข่าวสารการเตือนภัยอย่างสม่ำเสมอ

ท่านสามารถดาวน์โหลดเอกสารแถลงข่าวภาวะเศรษฐกิจและการเงินภาคตะวันออกเฉียงเหนือไตรมาส 1/2566 ได้ที่

https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/RegionalEconomy/DocLib5/NE_Q1_2566.pdf

https://www.bot.or.th/Thai/MonetaryPolicy/RegionalEconomy/Pages/Northeastern_Economy.aspx

ที่มา/Vanta ธปท.

sXndME.png ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ -0628929797 DasKLf.jpg Da2r0R.png DpkFp1.jpg banner1-08.gif Dp1Qd0.png 2wk8Dt.jpg 2wcwIv.jpg


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ททท.สำนักงานขอนแก่นเชิญชวนนักท่องเที่ยวๆงานวันเกษตรภาคอีสาน ปี 2569 เตรียมช้อปสินค้า-ชมเทคโนโลยีเกษตร งานจัด 10 วัน “23 ม.ค. – 1 ก.พ 69 นี้.” คาดมีนักท่องเที่ยวทะลุล้านคน
ตร.ภ.4 รวบยกแก๊งค์บัญชีม้า-ซิมบล็อก เครือข่ายแสกมเมอร์ข้ามชาติได้ตัวผู้ต้องหาและของกลางอื้อ
สหกรณ์ครูขอนแก่นยืนยันบริหารงานโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกบาท แต่ต้องจ่ายดอกเบี้ยกองทุน 3ปีๆละกว่า 400 ลบ.จึงทำให้ปันผลน้อย
พาณิชย์ขอนแก่นเปิดเวทีเจรจาการค้าร่วมผู้ประกอบการอีสานจัด   ปิดดีลซื้อขายข้าวสาร 200 ตัน มูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
ขอนแก่นครอบครัว “ทองแท่งไทย” เปิดพินัยกรรม-คลิปเสียง คลายปมขัดแย้งมรดกพันล้าน
ม.ขอนแก่น ร่วมมือ ธนาคารกรุงไทย ลงนาม MOU พัฒนาศักยภาพนักศึกษาสู่การทำงานจริง