
(มีคลิปข่าว)ชมรมพิทักษ์รักษ์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น เข้ายื่นข้อร้องเรียนต่อผู้ตรวจกิจการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เขต 12 ขอให้ตรวจสอบการบริหารงานของคณะกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด กรณีการบริหารกองทุน การจ่ายเงินปันผล การใช้สิทธิของสมาชิก และการดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมเผยผู้ตรวจฯ เตรียมส่งคณะทำงานลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ขณะที่สมาชิกหลายรายสะท้อนความเดือดร้อนจากการกู้เงิน การอายัดสิทธิ และเงินปันผลที่ลดลง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ที่ห้องประชุมชั้น 3 สำนักงานสหกรณ์จังหวัดขอนแก่น นายกรกฎ ชยุตรัตน์ ผู้ตรวจกิจการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เขต 12 เป็นประธานการประชุมหารือกรณีข้อร้องเรียนของชมรมพิทักษ์รักษ์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น ซึ่งขอให้มีการตรวจสอบและดำเนินการกับผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าละเมิดระเบียบหรือกฎหมายในการบริหารงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหกรณ์และสมาชิก
การประชุมมีนายสมพล สุพรมอินทร์ สหกรณ์จังหวัดขอนแก่น นายจินดา อนุพันธ์ ประธานชมรมพิทักษ์รักษ์สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น นางนวรัตน์ ชูทุ่งยอ เลขาธิการชมรมฯนายวิชิต บุญพุทธ กรรมการชมรมฯพร้อมสมาชิก ฯเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูล ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชน
นายจินดา อนุพันธ์ กล่าวว่า ชมรมได้เสนอประเด็นสำคัญต่อผู้ตรวจฯ หลายเรื่อง โดยเฉพาะกรณีที่ดิน “ขอนแก่นแสงทอง” เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ซึ่งระบุว่ามีการนำเงินของสหกรณ์ไปซื้อหรือจำนอง แต่กรรมสิทธิ์กลับเป็นชื่อบุคคลอื่น ปัจจุบันสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้อายัดทรัพย์และดำเนินการขายทอดตลาดเพื่อนำเงินกลับคืนสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม ชมรมเห็นว่ายังมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะที่ผู้ตรวจฯ ให้ข้อเสนอแนะว่าการแก้ปัญหาจะเกิดผลได้จากความร่วมมือของสมาชิกควบคู่กับการดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ
นอกจากนี้ ชมรมยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการบริหารกองทุน กสส.1-6 และ กสช.1-3 ที่ระบุว่าส่งผลให้กำไรสุทธิของสหกรณ์ลดลงเหลือประมาณ 521 ล้านบาท ทำให้อัตราเงินปันผลลดลงเหลือร้อยละ 2.6 และเฉลี่ยคืนร้อยละ 3.4 สร้างผลกระทบต่อสมาชิกจำนวนมาก อีกทั้งยังมีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในปี 2562 ซึ่งชมรมเห็นว่าอาจไม่เป็นไปตามหลักบัญชีและส่งผลต่อการคำนวณกำไรสุทธิในปีดังกล่าว
อีกประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นหารือ คือ การใช้สิทธิของสมาชิก โดยชมรมอ้างว่ามีสมาชิกบางส่วนที่ร่วมดำเนินคดีเกี่ยวกับสหกรณ์ ถูกระงับสิทธิการกู้เงินหรือถูกอายัดบัญชี จนได้รับความเดือดร้อน พร้อมเรียกร้องให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นการดำเนินการที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่
ภายหลังการหารือ ผู้แทนชมรมเปิดเผยว่า ผู้ตรวจกิจการสหกรณ์จะส่งคณะทำงานจำนวน 4 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินงานของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่นเป็นเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ โดยทางชมรมจะรวบรวมเอกสารและหลักฐานจากสมาชิกที่ได้รับผลกระทบส่งมอบให้คณะผู้ตรวจฯ เพื่อใช้ประกอบการตรวจสอบ
ด้านสมาชิกที่เข้าร่วมประชุมหลายรายได้สะท้อนปัญหาที่ประสบ เช่น นางณัฐธยาน์ กลิ่นโอชา อดีตข้าราชการบำนาญครู ระบุว่า แม้ชำระหนี้อย่างต่อเนื่องแต่ยอดหนี้กลับไม่ลดลง รวมถึงประสบปัญหาเกี่ยวกับการค้ำประกันและการกู้เงิน พร้อมระบุว่าเงินปันผลที่ได้รับลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน จึงเรียกร้องให้คณะกรรมการบริหารสหกรณ์ดำเนินงานด้วยความโปร่งใสและคำนึงถึงผลประโยชน์ของสมาชิก
ขณะที่นายสกุล ราชสีมา และนายสมพิศ พรมนอก ข้าราชการบำนาญ สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ข้อมูลในลักษณะเดียวกันว่า สมาชิกบางรายที่ยื่นฟ้องคดีเกี่ยวกับสหกรณ์ประสบปัญหาไม่ได้รับอนุมัติเงินกู้ หรือแม้ได้รับอนุมัติแล้วก็ไม่สามารถถอนเงินได้ โดยอ้างว่าต้องดำเนินการถอนฟ้องก่อน จึงจะสามารถใช้สิทธิได้ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงและคุ้มครองสิทธิของสมาชิก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังการประชุม นายกรกฎ ชยุตรัตน์ ผู้ตรวจกิจการสหกรณ์ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เขต 12 ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน โดยให้เหตุผลว่า ข้อมูลที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบเป็นความลับของทางราชการ จึงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ในขณะนี้
ทั้งนี้ ประเด็นต่าง ๆ ที่ชมรมและสมาชิกนำเสนอในการประชุมครั้งนี้ เป็นข้อกล่าวหาและข้อร้องเรียนจากผู้ร้อง ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่ผลการตรวจสอบและคำชี้แจงจากฝ่ายสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด และผู้ที่ถูกพาดพิง จะเป็นส่วนสำคัญในการพิจารณาข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.