วันพฤหัสบดี, 22 ตุลาคม 2569

สสว. ผนึก มข. เดินหน้าดัน SME ไทย-อาเซียน บุกตลาดฮ่องกงผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก ยกระดับมาตรฐานสินค้า เสริมทักษะดิจิทัล พร้อมใช้ฮ่องกงเป็นประตูสู่ตลาด Greater Bay Area และตลาดโลก เชื่อมผู้ประกอบการกับคู่ค้าและผู้ซื้อรายใหญ่จากฮ่องกง

20 ส.ค. 2026
125

(วันที่ 20 สิงหาคม 2569) สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับศูนย์พัฒนาและวิจัยผู้ประกอบการ (The Centre for Entrepreneur Development and Research : CEDAR) ประเทศมาเลเซีย และ คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบไฮบริดในหัวข้อ “การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของ SME อาเซียนในตลาดฮ่องกงผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล” โดยมีผู้ประกอบการ SME ทั้งในประเทศไทยและ ภูมิภาคอาเซียนเข้าร่วม และผ่านระบบออนไลน์ ณ โรงแรมจูบิลี่ เพรสทีจ รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ

นายวทวส ลำซำ 2.jpg

นายวิทวัส ล่ำซำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)  รักษาการแทนผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ กล่าวว่า สสว.ได้เดินหน้าผลักดันผู้ประกอบการ SME ทั้งในไทยและสมาชิกอาเซียนรวม 11 ประเทศ เข้าสู่ตลาดฮ่องกงและจีนอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้กรอบ ความร่วมมือเขตการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong FTA) โดยมุ่งหวังให้ฮ่องกงเป็นประตูสำคัญ ด่านแรก ในการเชื่อมต่อสู่พื้นที่อ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า หรือ Greater Bay Area (GBA) ของประเทศจีนอย่างเต็มตัว

ตลาดฮ่องกงถือเป็นโอกาสทองที่สำคัญเนื่องจากมีพฤติกรรมการบริโภคที่พึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศ สูงถึง 90% ในสัดส่วนของไทย 58.4% หรือมูลค่ารวม 11 พันล้านเหรียญสหรัฐ  (ข้อมูล ณ ปี 2568) โดยเฉพาะ ในกลุ่มสินค้าอาหารสดและอาหารแปรรูป ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่ SME ไทยมีความเชี่ยวชาญและมีศักยภาพในการ แข่งขันสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค อีกทั้งสินค้าไทยยังได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับจากผู้บริโภคชาวฮ่องกงและชาวจีนเป็นอันดับหนึ่ง

IMG_0179.jpg

การขับเคลื่อนในครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการใน 3 มิติหลัก คือ การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้ สอดคล้องกับข้อกำหนดของฮ่องกงและจีน การปรับปรุงข้อมูลสินค้าและส่วนประกอบให้เป็นภาษาจีนตาม หลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง และที่สำคัญคือการเข้าสู่แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ ซึ่งปัจจุบันแพลตฟอร์มออนไลน์ ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยลดขั้นตอนความยุ่งยากและตัดตัวกลางในระบบการค้าดั้งเดิม ทำให้ ผู้ประกอบการขนาดเล็กมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรงได้อย่างเท่าเทียมกับธุรกิจรายใหญ่ โดยมีการดึงยักษ์ใหญ่ อย่าง JD.com, Tmall และ Taobao มาถ่ายทอดเทคนิคการบริหารจัดการร้านค้าออนไลน์ และการสร้างการ รับรู้แบรนด์  เพื่อให้สินค้า SME เข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สสว. กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สสว. ยังได้ทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพหลักในการดำเนินงานเว็บไซต์ “ASEAN Access” ซึ่งเป็นพอร์ทัลกลางของภูมิภาค พร้อมช่องทางเรียนรู้ออนไลน์ “ASEAN Access LEARN” เพื่อเป็นแหล่งทรัพยากรความรู้ให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ามาศึกษาบทเรียนและกลยุทธ์การทำธุรกิจย้อนหลังได้ตลอดเวลา โดยการก้าวสู่ความเป็นสากลในครั้งนี้เป็นการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการตามแผนส่งเสริม SME ระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันอุดมศึกษาที่เป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกรรมและงานวิจัย ซึ่งช่วยสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับ SME และ Startup ตั้งแต่เริ่มต้น

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญที่จะนำพาธุรกิจไปสู่ความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ คือ ความพร้อมของตัวผู้ประกอบการ  มาตรฐานสินค้าที่เป็นสากล และการเลือกใช้ช่องทางตลาดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะเป็น กุญแจสำคัญในการคว้าโอกาสจากกำลังซื้อมหาศาลในภูมิภาคจีนตอนใต้ต่อไป

ผศ.ดร.พงษสทธ พนแสน 2.jpg

ด้าน ผศ.ดร.พงษ์สุทธิ พื้นแสน คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) กล่าวว่า มหาวิทยาลัย ได้เดินหน้าขับเคลื่อนศักยภาพผู้ประกอบการ SME ในภูมิภาคอาเซียนอย่างเต็มตัว ผ่านการรับทุน สนับสนุนจากโครงการความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง (ASEAN-Hong Kong FTA Economic Cooperation หรือ ECP) โดยมีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อผลักดันสินค้าและบริการเข้าสู่ตลาดฮ่องกงซึ่งถือเป็นประตูสำคัญในการกระจายสินค้าไปสู่ตลาดโลก

โครงการดังกล่าว มีระยะเวลาดำเนินงานรวม 1 ปี โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลางหลักในการดำเนินงาน แต่ครอบคลุมการพัฒนาผู้ประกอบการผ่านระบบออนไลน์ไปยัง 11 ประเทศสมาชิกอาเซียนผ่านแพลตฟอร์ม “ASEAN Access LEARN and ASEAN Access MATCH” ซึ่งนอกจากจะมีการจัดเวิร์กชอปในรูปแบบ ไฮบริด เพื่อเสริมสร้างองค์ความรู้แล้ว ไฮไลท์สำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด คือ กิจกรรมเจรจาธุรกิจ (Business Matching) ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีตัวแทนจำหน่าย (Distributor) และผู้ซื้อ (Buyer) รายใหญ่จากฮ่องกง

IMG_0033.jpg

เข้าร่วมมากกว่า 10 ราย เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าที่เป็นรูปธรรมให้กับ SME ในภูมิภาค

แม้ว่าผู้ประกอบการ SME ในปัจจุบันจะมีความเชี่ยวชาญในตัวสินค้าอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญที่ยังเป็นอุปสรรค คือ การขาดทักษะด้านดิจิทัลแพลตฟอร์มและการทำตลาดออนไลน์รวมถึงข้อจำกัดด้านเครือข่ายธุรกิจในต่างประเทศ มหาวิทยาลัยขอนแก่นจึงมุ่งหวังที่จะปรับเปลี่ยนแนวคิด (Mindset) ของผู้ประกอบการจากการโฟกัสเพียงตลาด ในประเทศที่มีประชากรราว 70 ล้านคน ให้ก้าวไปสู่ตลาดโลกที่มีประชากรหลายพันล้านคน โดยใช้ฮ่องกง เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายฐานลูกค้า

IMG_9962.jpg

ในฐานะสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่นได้วางบทบาทตัวเองเป็น “สะพานเชื่อม” (Bridge) ระหว่าง ภาควิชาการและภาคธุรกิจ โดยทำหน้าที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากทั้งฮ่องกง จีน มาเลเซีย และไทย มาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับคู่ค้า ในต่างประเทศโดยตรง ซึ่งหน้าที่หลักของมหาวิทยาลัย คือ การเติมเต็มช่องว่างทางความรู้และเปิดประตู สู่โอกาสใหม่ๆ  เพื่อให้ SME สามารถทำการค้าได้อย่างยั่งยืนในเวทีสากล

IMG_0122.jpg

“การปรับตัวในยุคดิจิทัล ผู้ประกอบการจำเป็นต้องมองข้ามข้อจำกัดด้านภาษา เนื่องจากในปัจจุบันมีเทคโนโลยี AI และแอปพลิเคชันแปลภาษาที่เข้ามาช่วยทลายกำแพงสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การปรับทัศนคติให้มองว่าโลกทั้งใบ คือ ตลาดของเรา ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าในฮ่องกง จีน อเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น

ทุกคนสามารถเข้าถึงสินค้าของ SME ได้หากรู้จักใช้เครื่องมือดิจิทัลให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อเป้าหมายในการ นำพาธุรกิจไทยและอาเซียนให้เติบโตไกลในระดับโลก”  คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มข.กล่าว

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797 kku2 Central Khonkaen Logo 03 2_07b2fa84021c11013.jpeg sm02.jpeg green-white-background06.jpeg แบนเนอร์03 69 cropped-kk0012-scaled-3.jpeg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ radio20766


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มข. และปศุสัตว์จังหวัดขอนแก่น หารือแนวทางความร่วมมือ Lifelong Education
นักศึกษาหลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประกอบอาหาร เปิดเวทีพิสูจน์ฝีมือด้าน Bar and Beverage อย่างสร้างสรรค์
หลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการประกอบอาหาร ร่วมกับ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดบรรยายพิเศษ “เปิดโลกการทำงานบนเรือสำราญสากล
สำนักบริการวิชาการ มข. ยกระดับการบริหารจัดการเงินยืมทดลองจ่ายภายในสำนัก ผ่านระบบ OASLA เพื่อจัดการเงินยืมทดรองจ่าย
สำนักบริการวิชาการอบรมใช้ระบบ PEMA เพื่อสนับสนุนการบริหารงบประมาณโครงการ
สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เข้าพบแสดงความยินดีพร้อมหารือความร่วมมือเชิงบูรณาการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางและคนพิการ กับ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดขอนแก่น