
ขอนแก่น – สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ร่วมกับคณะผู้บริหารและทีมงานนวัตกรรมกลุ่มมิตรผล เดินหน้าความร่วมมือทางวิชาการเพื่อพัฒนา “เครื่องซักใบอ้อยต้นแบบ” นวัตกรรมแยกเนื้อใบออกจากเส้นใยธรรมชาติ มุ่งแก้ปัญหากระบวนการผลิตที่ล่าช้า ยกระดับการผลิตจากระดับชุมชนสู่ระดับอุตสาหกรรม พร้อมตั้งเป้าลดปัญหาการเผาวัสดุทางการเกษตรและสนับสนุนนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียน (BCG) อย่างเป็นรูปธรรม
รศ.น.สพ.ดร.ชูชาติ กมลเลิศ ผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า พันธกิจหลักของสำนักบริการวิชาการคือการเป็นตัวกลางเชื่อมโยงความเชี่ยวชาญของคณาจารย์ในมหาวิทยาลัย เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ตอบโจทย์ภาคสังคมและอุตสาหกรรม โครงการพัฒนาเครื่องซักใบอ้อยในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ทลายข้อจำกัดด้านการผลิตของภาคเอกชน แต่ยังถือเป็นการตอบโจทย์ระดับโลกในด้านการลดมลพิษและเพิ่มมูลค่าให้กับวัสดุเหลือใช้
แก้ Pain Point กระบวนการผลิตเส้นใยชุมชน ด้านนายธนวิชช์ ยายี ผู้จัดการฝ่ายชุมชนสัมพันธ์ กลุ่มมิตรผล ระบุถึงที่มาของโครงการว่า ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มมิตรผลได้ดำเนินโครงการเส้นใยใบอ้อยร่วมกับชุมชน แต่พบปัญหาสำคัญ (Pain Point) ในขั้นตอนการซักเพื่อแยกเนื้อใบออกจากเส้นใย ซึ่งการใช้แรงงานคนต้องใช้เวลานานถึง 1 สัปดาห์ต่อการซักใบอ้อย 20 กิโลกรัม จึงได้นำโจทย์ดังกล่าวมาหารือกับทีมวิจัย มข. เพื่อพัฒนาเครื่องจักรที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในกระบวนการผลิต
ชูเทคโนโลยี “แกนหมุนสวนทาง” ถนอมเส้นใย สำหรับการออกแบบนวัตกรรม รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ รองผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัยและผู้ออกแบบ ได้นำเสนอต้นแบบเครื่องซักใบอ้อยที่นำกลไก “แกนหมุนสวนทาง” (Counter-rotation) มาใช้ทำงานร่วมกับระบบน้ำเลี้ยง เทคนิคดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อช่วยถนอมเส้นใยให้คงความยาวตามธรรมชาติ ป้องกันปัญหาเส้นใยขาดหรือหักง่ายเมื่อเปรียบเทียบกับการขยี้ด้วยมือ เนื่องจากความยาวของเส้นใยคือปัจจัยสำคัญที่สุดในการนำไปปั่นเป็นเส้นด้ายในอุตสาหกรรมสิ่งทอ ซึ่งนวัตกรรมนี้จะช่วยลดอัตราการสูญเสีย (Waste) ที่ในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงถึง 50% หากเส้นใยที่ได้มีขนาดสั้นเกินไป ซึ่งทางทีมวิจัยได้มีปรับเปลี่ยนจากการดีไซน์เครื่องขนาดใหญ่มาเป็น เครื่องขนาดนำร่อง (Pilot Scale) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในระยะแรก ก่อนจะขยายผลสู่ระดับโรงงานต่อไปอีกด้วย
มุ่งหน้าสู่การวิจัยและพัฒนาเพื่อความยั่งยืน ดร.วรวีรุกรณ์ วีระจิตต์ ผู้จัดการฝ่าย Innovation for Business กลุ่มมิตรผล กล่าวเพิ่มเติมว่า ความร่วมมือนี้มุ่งเน้นการวิจัยและพัฒนาเชิงลึก (R&D) เพื่อค้นหาโซลูชันที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเส้นใยใบอ้อยให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ทีมงานบริหารนวัตกรรม โดย นางสาวอารียา คูสกุลรัตน์ และ นางสาววฤณภา สุทธิบุตร ได้ร่วมหารือแนวทางการบริหารจัดการโครงการและการจดลิขสิทธิ์ผลงานวิจัยร่วมกัน
เตรียมต่อยอดสู่โครงการปีงบประมาณ 2571 จากความสำเร็จในระยะต้นแบบขนาดเล็ก (Pilot Scale) นี้ ทีมวิจัยและกลุ่มมิตรผลได้หารือถึงความเป็นไปได้ในการยกระดับโครงการสู่การเป็น งานวิจัยร่วม (Joint Research) ในระดับประเทศ โดยมีแผนที่จะเสนอขอรับทุนสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก ในปีงบประมาณ 2571 เพื่อกระจายเทคโนโลยีนี้สู่โรงงานในเครือทั้ง 8 แห่ง และชุมชนชาวไร่อ้อยทั่วประเทศไทย
การบูรณาการองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมประยุกต์เข้ากับอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยสร้างรายได้ทางเลือกให้แก่เกษตรกรจากการนำใบอ้อยมาใช้ประโยชน์แทนการเผาทิ้ง ซึ่งไม่เพียงขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ Bio-Circular-Green Economy (BCG) ของประเทศเท่านั้น แต่ยังตอกย้ำพันธกิจของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการตอบสนองเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยตรง ทั้งในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรม (SDG 9) การสร้างรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนผ่านการจัดการวัสดุเหลือทิ้ง (SDG 12) รวมถึงการลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจากการลดมลพิษในภาคการเกษตร (SDG 13) อย่างเป็นรูปธรรม