
(24 มิถุนายน 2569) – รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ รองผู้อำนวยการฝ่ายขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และดิจิทัล สำนักบริการวิชาการ และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมด้วยทีมนักศึกษา ร่วมขึ้นเวทีบรรยายผลงานวิจัยเรื่อง “Water Way Watch” ระบบเฝ้าระวังระดับน้ำฝนและน้ำในคลองอัจฉริยะ เพื่อการบริหารจัดการน้ำในเมืองอย่างยั่งยืน ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ณ ห้องเวิลด์บอลรูม ชั้น 23 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร
รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ คนใหญ่ เปิดเผยถึงที่มาของงานวิจัยว่า จังหวัดขอนแก่นมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในเขตเมืองบ่อยครั้ง งานวิจัยชิ้นนี้จึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำระหว่างพื้นที่รอยต่อของเทศบาลเมืองบ้านเป็ด (บริเวณบึงหนองโคตร) และเทศบาลนครขอนแก่น (บริเวณบึงทุ่งสร้าง) ซึ่งเดิมมีข้อจำกัดในการบริหารจัดการประตูระบายน้ำที่แยกส่วนกันตามเขตพื้นที่
นวัตกรรมเพื่อการจัดการน้ำอย่างแม่นยำและทันท่วงที
ระบบ “Water Way Watch” เป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของ ศูนย์ปฎิบัติการเมืองอัจฉริยะ ประกอบด้วยเทคโนโลยีสำคัญ ดังนี้:
– ระบบเซ็นเซอร์อัจฉริยะ: ใช้เซ็นเซอร์ระดับอุตสาหกรรมที่ทนทานต่อสภาพอากาศ ติดตั้งบอร์ดควบคุมที่วิจัยและผลิตเอง เพื่อวัดปริมาณน้ำฝนและระดับน้ำเทียบกับระดับน้ำทะเลปานกลาง (รทก.) อย่างแม่นยำ
– การส่งข้อมูลแบบ Real-time: ข้อมูลจะถูกส่งผ่านระบบออนไลน์ (WiFi หรือ ซิมโทรศัพท์) เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลเพื่อประมวลผล
– การสั่งการประตูระบายน้ำออนไลน์: ปรับเปลี่ยนจากการใช้แรงงานคนหมุนเปิด-ปิดประตูน้ำ ซึ่งล่าช้าและเข้าถึงพื้นที่ยากลำบากเมื่อเกิดน้ำท่วม มาเป็นการสั่งการผ่านระบบออนไลน์ที่ใช้เวลาเพียง 2-3 นาที
– การประมวลผลด้วย AI: ในอนาคตระบบจะใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อให้ประตูน้ำทั้ง 7-8 บานในเขตเมืองสามารถทำงานสอดประสานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
บูรณาการความร่วมมือเพื่อประโยชน์ของประชาชน
รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ เน้นย้ำว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่นทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงหน่วยงานต่างๆ ทั้งเทศบาลเมืองบ้านเป็ด เทศบาลนครขอนแก่น และกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำในรูปแบบแก้มลิงและการระบายน้ำที่ไหลลื่น (จราจรน้ำ) ไม่ให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังจากการระบายน้ำที่ผิดจังหวะ
“ในอนาคตสภาพอากาศจะมีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งฝนตกหนักแบบ Extreme และปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño) การมีระบบเฝ้าระวังที่แม่นยำจะช่วยให้ภาคส่วนต่างๆ และประชาชนเตรียมตัวรับมือและลดความเสี่ยงจากอุทกภัยได้อย่างยั่งยืน” รศ.ดร.ศุภสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
นอกจากการแก้ปัญหาในระดับพื้นที่แล้ว งานวิจัยนี้ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ในหลายมิติ ได้แก่:
SDG 9 (Industry, Innovation and Infrastructure): การสร้างสรรค์นวัตกรรมและโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำที่ยืดหยุ่นและทันสมัย
SDG 11 (Sustainable Cities and Communities): สนับสนุนให้เมืองขอนแก่นเป็นเมืองที่ปลอดภัย รับมือกับภัยพิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตอย่างยั่งยืน
SDG 13 (Climate Action): เป็นระบบที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะฝนตกหนักแบบ Extreme และปรากฏการณ์เอลนีโญ (El Niño)
SDG 17 (Partnerships for the Goals): มหาวิทยาลัยทำหน้าที่เป็น ศูนย์กลาง บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ได้แก่ เทศบาลเมืองบ้านเป็ด เทศบาลนครขอนแก่น และกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อลบทิ้งข้อจำกัดเดิมและบริหารจัดการน้ำแบบไร้รอยต่อ
ภาพ : Research University Network Thailand
ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ