วันเสาร์, 24 ตุลาคม 2569

ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง “เอกราษฎฐ์” รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรมตลอดชีวิตรวมถึงให้ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ

ศาลฎีกาสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง “เอกราษฎฐ์” รองหัวหน้าพรรคกล้าธรรมตลอดชีวิตรวมถึงให้ไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนดเวลา 10 ปี ปมยักยอกเงินสหกรณ์ครูขอนแก่น–ปลอมสมุดบัญชีอำพรางยอดเงินหลายร้อยล้าน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พ.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศาลฎีกา ได้มีการเผยแพร่คำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ คมจ 1/2568 หมายเลขแดงที่ 2/2569 ระหว่างคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ผู้ร้อง กับนายเอกราช หรือเอกราษฎฐ์ ช่างเหลา ผู้คัดค้าน กรณีผู้ร้องยื่นคำร้องกล่าวหาว่า ผู้คัดค้านซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ลงวันที่ 26 พ.ค.2569

โดยคำร้องระบุว่า ผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ร่วมกันยักยอกเงินของสหกรณ์ และปกปิดอำพรางการกระทำของตน โดยร่วมกันปลอมสมุดบัญชีเงินฝากประจำของสหกรณ์ เพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ทำให้ที่ประชุมและสมาชิกสหกรณ์หลงเชื่อว่าสหกรณ์มียอดเงินคงเหลือตามที่ระบุในสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าว ซึ่งถือเป็นความผิดทั้งทางอาญาและเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง

1146932-0

ศาลฎีกาไต่สวนพยานหลักฐานแล้วมีคำวินิจฉัยโดยสรุปว่า ผู้คัดค้านดำรงตำแหน่งและเคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ต่อมาได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าธรรม โดยดำรงตำแหน่งมาจนถึงวันที่มีการยื่นคำร้อง

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ในช่วงประมาณปี 2554 ถึงปี 2562 ผู้คัดค้านกับพวกอาศัยโอกาสที่ผู้คัดค้านเป็นผู้จัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด โดยเมื่อวันที่ 16 ส.ค.2554 ได้ถอนเงินของสหกรณ์จำนวน 96,000,000 บาท แล้วโอนเงินเข้าบัญชีของผู้คัดค้าน

1146687-0

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2555 ผู้คัดค้านกับพวกได้นำเงินของสหกรณ์ไปซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 1800, 1801, 8010, 8133 และ 10630 รวมเนื้อที่ 6 ไร่ 2 งาน 34.4 ตารางวา ในราคา 106,000,000 บาท จากบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท จำกัด โดยผู้คัดค้านใช้ชื่อตนเองเป็นผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้ง 5 แปลงดังกล่าว

หลังจากนั้น ผู้คัดค้านได้นำที่ดินจำนวน 3 แปลง ไปจดทะเบียนจำนองกับสหกรณ์ เพื่อประกันหนี้ของห้างหุ้นส่วนจำกัดขวัญฤดี ซึ่งเป็นลูกหนี้ของสหกรณ์ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและโดยทุจริต ทั้งยังปรากฏว่ายังคงมีเงินส่วนต่างจากการซื้อที่ดินอีกจำนวน 29,000,000 บาท การกระทำของผู้คัดค้านกับพวกในส่วนนี้จึงเป็นการยักยอกทรัพย์สินของสหกรณ์ ทำให้สหกรณ์และสมาชิกสหกรณ์ได้รับความเสียหาย และเชื่อได้ว่าผู้คัดค้านกับพวกได้รับประโยชน์ในทางทรัพย์สินโดยตรง

นอกจากนี้ ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2562 ผู้คัดค้านกับพวกได้แก้ไขสมุดบัญชีเงินฝากของสหกรณ์ เพื่อแสดงต่อสมาชิกในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสหกรณ์ โดยตั้งแต่ปี 2557 ถึงปี 2562 ทำให้สมาชิกสหกรณ์เข้าใจว่าสหกรณ์มีเงินคงเหลือประมาณ 400,000,000 บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินคงเหลือประมาณ 70,000 บาท
ศาลฎีการะบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอมหลายครั้ง โดยมีการกระทำครั้งสุดท้ายด้วยการแก้ไขให้ปรากฏว่ามีเงินในบัญชีคงเหลือ ณ เดือนสิงหาคม 2562 จำนวน 431,941,984.59 บาท ทั้งที่ความจริงมีเงินคงเหลือเพียง 79,714.16 บาท ต่อมาผู้คัดค้านจึงส่งมอบสมุดบัญชีเงินฝากคืนให้สหกรณ์ในเดือนตุลาคม 2562 ภายหลังที่มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับแล้ว

1146688-0

ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามทางไต่สวนฟังได้ว่า ผู้คัดค้านร่วมกับพวกกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ในข้อหายักยอก ปลอมเอกสารสิทธิ และใช้เอกสารสิทธิปลอม ถือว่าผู้คัดค้านไม่ยึดมั่นในหลักนิติธรรม และไม่ประพฤติตนอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีของประชาชน อีกทั้งเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเจตนาและมีความร้ายแรงของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา

ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยว่า การกระทำของผู้คัดค้านเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามข้อ 3 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 27 วรรคสอง แห่งมาตรฐานทางจริยธรรมดังกล่าว

ศาลฎีกาพิพากษาว่า ผู้คัดค้านฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) วรรคสาม และวรรคสี่ ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 81 และมาตรา 87 และมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 ข้อ 3 ข้อ 12 ข้อ 17 และข้อ 27 วรรคสอง
โดยให้ผู้คัดค้านพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น นับแต่วันที่ 8 ก.ค. 2568 ซึ่งเป็นวันที่ศาลฎีกามีคำสั่งให้ผู้คัดค้านหยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้คัดค้านตลอดไป รวมถึงให้ผู้คัดค้านไม่มีสิทธิดำรงตำแหน่งทางการเมืองใด ๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 235 วรรคสี่ และให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้านมีกำหนดเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ศาลฎีกามีคำพิพากษา

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797 kku2 Central Khonkaen Logo 03 2_07b2fa84021c11013.jpeg sm02.jpeg green-white-background06.jpeg แบนเนอร์03 69 cropped-kk0012-scaled-3.jpeg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ radio20766


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
“ผอ.ฝน” โรงเรียนนานาชาติเมทนีดล มอบป้อมจราจรที่ 17 สี่แยกเมือง พล-หนองสองห้อง เพิ่มความปลอดภัยยามค่ำคืน-สร้างความอุ่นใจให้ชุมชน
สำนักบริการวิชาการอบรมใช้ระบบ PEMA เพื่อสนับสนุนการบริหารงบประมาณโครงการ
CP LAND เปิด PRE-SALE คอนโดหรู RI-NÉ ติดถนนมิตรภาพขอนแก่น พร้อมจัดงาน ‘RI-NÉ GetsU ดึง 4 กูรู เจาะลึกเมือง โอกาส ครีเอเตอร์ และดีไซน
ขอนแก่น/ เวทีประกวดนางงามก้าวสู่เวทีนานาชาติเป็นเจ้าภาพจัดการประกวด Mrs. Asia International 2026 ต้อนรับ 20 สาวงามจากเอเชีย
หมอขอนแก่นเตือนผู้ปกครองเฝ้าระวังบุตร-หลานเล่นประทัดช่วงออกพรรษา ป้องกังเหตุระเบิดใส่มือจนได้รับบาดเจ็บ พร้อมแนะเก็บชิ้นส่วนอวัยวะแช่น้ำแข็งส่ง รพ.ฯทันที เพราะเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยต่อได้
ทีมผู้สร้างและนักแสดงบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์ “บูชายัญ” ที่ศาลหลักเมืองขอนแก่น ผู้อำนวยการสร้างเผยนำเรื่องจริงบางส่วนดัดแปลงเป็นหนังสยองขวัญแนวฆาตกรรมสืบสวน สะท้อนความเชื่อและความรุนแรงในครอบครัว วางแผนถ่ายทำในขอนแก่นทั้งหมดประมาณ 8 วัน คาดเข้าฉาย ม.ค.2570