
คนขอนแก่นวอนรัฐช่วยด้วยหลังถูกตำรวจ-ทนายชื่อดัง ขึ้นป้าย-ขึงลวดปิดถนนลำเลียงผลผลิตทางการเกษตร อ้างเป็นที่ส่วนบุคคลทั้งที่เป็นถนนสัญจรมากว่า 30 ปี วอนเปิดทางด่วนเพราะคนป่วย-ชาวบ้านสัญจรไม่ได้
เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 17 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ บ.หัวดง ม.10 ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ซึ่งชาวบ้านนับสิบคนมารวมตัวบริเวณถนนริมคลองน้ำ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาช่วยเหลือหลังได้รับความเดือดร้อนจากการที่ข้าราชการตำรวจ ยศ “ร.ต.อ.” สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และทนายความปิดถนน ด้วยการนำเสาปูนมาปักและขึงลวดและป้ายข้อความห้ามสัญจรเข้า-ออก โดยระบุว่าเป็นที่ดินส่วนบุคคล สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่พักอาศัยและใช้เส้นทางดังกล่าวนี้ลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรอย่างมาก เนื่องจากไม่สามารถใช้ถนนเส้นทางนี้สัญจรไป-มาได้ ทั้งที่เคยสัญจรไป-มาร่วมระหว่างชุมชนและลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรมากว่า 30 ปี
น.ส.ประภัสสร ใยแก้ว อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 ม.10 บ.หัวดง ต.บ้านขาม อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า อาศัยอยู่ที่ที่ดินแห่งนี้มาหลายปี ซึ่งคนในชุมชนและเกษตรกรที่มาทำการเกษตรต่างใช้ถนนเส้นทางนี้เข้า-ออก มาโดยตลอด จนกระทั่งไม่นานมานี้ได้มีข้าราชการตำรวจ มาทำการซื้อที่ดิน บริเวณต้นซอยแล้วก็มีการตั้งเสารั้วและขึงด้วยลวดและติดป้ายห้ามคนเข้า-ออก โดยระบุว่าเป็นที่ดินส่วนบุคคล สร้างความตกใจและไม่เข้าใจ รวมทั้งความเดือดร้อนให้กับเกษตรกรและผู้ที่พักอาศัยอยู่ในละแวกนี้อย่างมากเนื่องจากเป้นถนนสายหลักที่สัญจรไป-มาหาสู่กันมากว่า 30 ปี โดยเฉพาะตนเองที่ต้องไปล้างแผลที่ รพ.สต.บ้านขาม และมีบ้านอยู่ในถนนเส้นทางนี้ที่ไม่สามารรถเข้าออกได้ แต่เพียงเอารถมาจอดอยู่ตรงหน้าป้ายและรั้วลวดหนาวและเดินเข้าบ้านตัวเองทุกวัน
“เมื่อรู้ว่าเจ้าของที่นาคนใหม่เอาป้ายและรั้วมาติดตั้งปิดถนนเส้นทางดังกล่าวและระบุบว่าเป็นที่ดินส่วนบุคคลห้ามเข้า-ออก ตนเองจึงได้ร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.น้ำพอง ซึ่งปลัดอำเภอได้ประสานงานมาที่กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านในเบื้องต้นได้มาตรวจสอบและมีคำสั่งให้เปิดถนนเป้นการชั่วคราวเพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชนในวันที่ 10 เม.ย.และจะมีการลงพื้นที่ตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้งในวันที่ 20 เม.ย. แต่เจ้าของที่นาซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจได้ส่งทนายความมาประสานงานและระบุว่าไม่สามารถเปิดได้และหากนายอำเภอหรือคนที่รับผิดชอบต้องการเจรจาก็ให้มาพบที่บ้าน ทำให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านไม่สามารถที่จะดำเนินการใดได้ จนส่งผลถึงความเดือดร้อน ที่ไม่สามารถเข้า-ออก เพื่อไป รพ.และไปมาหาสู่หรือลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรได้จนถึงวันนี้ จึงอยากให้หน่วยงานกลางหรือทนายความหรือผู้ที่เกี่ยวข้องได้เปิดถนนเส้นนี้เพื่อคลายความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วยเพราะชาวบ้านเดือดร้อนจริงๆ ส่วนการเจรจาและต่อสู้กันด้วยกฎหมายให้เป็นไปตามขั้นตอนของศูนย์ดำรงธรรมตามการนัดหมาย”
กั้นเส้นทางอัก ถือว่าเป็นการจัดขวางคำสั่งเจ้าพนักงานปกครองที่ทำตามหน้าที่ ในการบุกรุกที่ดินที่เป็นสาธารณะที่เป็นสมบัติของแผ่นดินอย่างไรก็ตามในวันที่ 20 เม.ย. ที่จะถึงนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องนำหลักฐานมาแสดง ตั้งแต่การทำคลองน้ำคันคูน้ำ และการทำถนนที่สัญจรไปมาในปัจจุบัน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องนำมาแสดง เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยอำเภอน้ำพองจะทำหนังสือแจ้งไปยังผู้ร้อง ผู้ถูกร้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมและทั้งสองฝ่ายก็ทำข้อตกลงกัน หากทุกอย่างเรียบร้อย ตกลงกันด้วยดี ก็ไปรื้อรั้วออก แต่ถ้าตกลงกันไม่ได้ อำเภอน้ำพองก็จะใช้กฎหมายทางปกครอง และทำประกาศไปติดไว้ที่รั้ว ให้ทางผู้ทำรั้วกั้น หรือผู้ถูกร้อง ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงาน ภายใน 7-15 วัน และหากผู้ถูกร้อง คัดค้านก็สามารถยื่นเรื่องร้องได้ในเวลาดังกล่าว จากนั้นก็ปล่อยให้ไปว่ากันในกระบวนการยุติธรรมให้ศาลเป็นผู้พิจารณา”
ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ