
มหาวิทยาลัยขอนแก่นจัดงานยิ่งใหญ่ด้านศิลปวัฒนธรรม “งานเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน และผู้มีผลงานดีเด่นวัฒนธรรมสัมพันธ์ ประจำปี 2569” เนื่องในวันอนุรักษ์มรดกไทย เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมยกย่องศิลปินต้นแบบของภาคอีสาน และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ร่วมสืบสานวัฒนธรรมไทยอย่างยั่งยืน งาน “วันอนุรักษ์มรดกไทย ประจำปี 2569” ซึ่งจัดขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 13.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมออดิทอเรียม อุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายในงานมีไฮไลต์สำคัญคือ การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ “ศิลปินมรดกอีสาน” และ “ผู้มีผลงานดีเด่น ทางวัฒนธรรมสัมพันธ์” ซึ่งถือเป็นการยกย่องบุคคลต้นแบบที่สร้างคุณูปการต่อสังคมและวัฒนธรรมไทย โดยเฉพาะในภาคอีสาน ทั้งในด้านดนตรี การแสดง วรรณศิลป์ และทัศนศิลป์ ารมอบรางวัลดังกล่าวไม่เพียงเป็นเกียรติยศแก่ศิลปิน แต่ยังเป็นกลไกสำคัญ ในการ “สร้างต้นแบบ” ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และเห็นคุณค่าของรากวัฒนธรรม พร้อมทั้งเป็นเครื่องมือ ในการสื่อสารทางสังคม ผ่านศิลปินที่มีฐานผู้ติดตามจำนวนมาก อีกหนึ่งความโดดเด่นของงานในปีนี้ คือการรวบรวมศิลปินชื่อดังจำนวนมากมาร่วมแสดงและสร้างสีสัน อาทิ ศิลปินหมอลำ นักร้อง และนักแสดงชื่อดัง ซึ่งจะช่วยดึงดูดประชาชนและเยาวชนให้เข้ามามีส่วนร่วม กับกิจกรรมทางวัฒนธรรมมากยิ่งขึ้น ด้าน
นายสัญญา คุณากร ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง (พิธีกร นักแสดง) กล่าวว่า”ตนเองรู้สึกดีใจที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้จากมหาวิทยาลับขอนแก่น สำหรับศิลปินไม่ใช่เพียงผู้สร้างความบันเทิง แต่เป้นผู้สร้างสิ่งที่สะท้อนความเป็นไทย เป็นผู้นำด้านวัฒนธรรมทางสังคม การเป็นศิลปินนักแสดงต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่เยาวชนที่จะเอาเป็นแบบอย่างที่ดี”
โดยรางวัลเชิดชูเกียรติศิลปินมรดกอีสาน มอบแด่ศิลปินผู้เป็นต้นแบบศิลปะพื้นถิ่นอีสาน เปี่ยมล้นคุณธรรมและจริยธรรม เป็นจุดเริ่มต้นแห่งแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดศาสตร์ศิลป์จนเป็นองค์ความรู้อันทรงคุณค่า มีผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและคนรุ่นหลังอย่างต่อเนื่อง มุ่งมั่นทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานอันทรงคุณค่าต่อแผ่นดินอีสาน ก่อคุณูปการด้านศิลปวัฒนธรรมต่อแผ่นดินไทย โดยมีรายชื่อแบ่งตามสาขา ดังนี้
อมรศิลปินมรดกอีสาน มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๒ ท่าน ได้แก่
๑. นายรักษ์ วัฒนยา (ครูคำหอม พ่อฮ่างน้อย) (ประพันธ์เพลงลูกทุ่ง)
๒. นายมงคล อุทก (น้าหว่อง คาราวาน) (เพลงเพื่อชีวิต)
สาขาทัศนศิลป์ มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๓ ท่าน ได้แก่
๑. นายศักชัย อุทธิโท (จิตรกรรม)
๒. ศาสตราจารย์ทินกร กาษรสุวรรณ (ภาพพิมพ์)
๓. นายกิตติชัย ตรีรัตน์วิชา (ประติมากรรม)
สาขาวรรณศิลป์ มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๒ ท่าน ได้แก่
๑. รองศาสตราจารย์บุญยงค์ เกศเทศ (วรรณกรรมร่วมสมัย)
๒. นายประมวล พิมพ์เสน (วรรณกรรมร่วมสมัย)
สาขาศิลปะการแสดง มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๑๔ ท่าน ได้แก่
๑. นายเคน สมจินดา (ดนตรีพื้นบ้านแคน)
๒. นายปรีชา ศรีทะบาล (ดนตรีพื้นบ้านแคน)
๓. นางสันทนา สุปัญโญ (ฉันทนา กิติยพันธ์) (นักร้อง นักแสดง)
๔. นางปริศนา พิทักษ์ (ปริศนา วงศ์ศิริ) (นักร้อง นักแสดง)
๕. นายสัญญา คุณากร (พิธีกร นักแสดง)
๖. นายมรกต แก้วธานี (นักแสดง ผู้กำกับ)
๗. นายเฉลิมพล มาลาคำ (ลูกทุ่งหมอลำ)
๘. นางสาวนิตยา สุภาพ (พิมพา พรศิริ) (ลูกทุ่งหมอลำ)
๙. นางดาว พานโน (หมอลำดาว พานโน) (หมอลำพิธีกรรม)
๑๐. นางสนั่น พงษ์อินทร์วงศ์ (หมอลำสนั่น ลมบน) (หมอลำกลอน)
๑๑. นายอ้ม เสนอกลาง (หมอลำอ้ม หอมหวล) (หมอลำกลอน)
๑๒. นางทรงศิลป์ ซองวงษ์หล้า (หมอลำทรงศิลป์ ดอนไก่เถื่อน) (หมอลำกลอน)
๑๓. นายสังวาลย์ วิเศษศรี (หมอลำสังวาลย์น้อย ดาวเหนือ) (หมอลำกลอนประยุกต์)
๑๔. นางมุกดา เคนตี (หมอลำมุกดา เมืองนคร) (หมอลำเรื่องต่อกลอน)
และรางวัลเชิดชูเกียรติผู้มีผลงานดีเด่นวัฒนธรรมสัมพันธ์ มอบแด่ผู้ที่สร้างคุณประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม โดยใช้ฐานความรู้ทางศิลปะ ประเพณี วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน สะท้อนให้เห็นคุณค่าของการสื่อสารวัฒนธรรมด้วยจิตสาธารณะ โดยมีรายชื่อแบ่งตามสาขา ดังนี้
สาขาเกษตรกรรม มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๒ ท่าน ได้แก่
๑. นายบรรจง แสนยะมูล
๒. นายแก่นคำกล้า พิลาน้อย
สาขาการแพทย์หรือเภสัชกรรมแผนไทย มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่
๑. นางพรศิริ อิสรภักดี
สาขานิเวศวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่
๑. นางพรรณี เสมอภาค
สาขาศิลปกรรม มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๘ ท่าน ได้แก่
๑. นางเพ็ง ใจวัน (หมอลำบุญเพ็ง ปากไฟ) (หมอลำกลอน)
๒. นางอุษามณี ปรึกไธสง (หมอลำคำหมื่น ปราสาททอง) (หมอลำกลอน)
๓. นางสุวรรณ โชคชัย (หมอลำสุวรรณ บัวนาค) (หมอลำกลอน)
๔. นายสุพร ศรีดาพร (หมอลำสุรพล ศรีดาพร) (หมอลำกลอน)
๕. นายภู่กัน ปุริสาย (บอย ศิริชัย) (หมอลำเรื่องต่อกลอน)
๖. นายสุข สารีโท (พ่อครูสุข สารีโท) (ออกแบบประติมากรรมร่วมสมัย)
๗. นายอำนวยศักดิ์ ศรีสุข (ประติมากรรม)
๘. นายเพลิง วัตสาร (จิตรกรรม)
สาขาภาษาและวรรณกรรม มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๑ ท่าน ได้แก่
๑. นายพยัต ภูวิชัย (นักแต่งเพลง)
สาขาศาสนาและประเพณี มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๑ รูป ได้แก่
๑. พระครูพนมปรีชากร (วรวุฒิ รตนวโร)
สาขาอาหารและโภชนาการ มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๒ ท่าน ได้แก่
๑. นางสาวจงรัก จารุพันธ์งาม (มีกินฟาร์ม) (อาหารเพื่อการท่องเที่ยวชุมชนยั่งยืน)
๒. นางสาวณัฎฐภรณ์ คมจิต (เฮือนคำนาง) (อาหารกับการสื่อสารและส่งต่อวัฒนธรรม)
สาขาสื่อสารวัฒนธรรม มีผู้ได้รับการเชิดชูเกียรติ จำนวน ๔ ท่าน ได้แก่
๑. นายไพรัตน์ แย้มโกสุม
๒. นายคำพันธ์ ยะปะตัง
๓. นายคำล่า มุสิกา
๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธีระวัฒน์ แสนคำ
หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ได้รับการยกย่องในปีนี้ คือ นายสัญญา คุณากร ศิลปินมรดกอีสาน สาขาศิลปะการแสดง ผู้มีชื่อเสียงในฐานะพิธีกรและนักแสดงที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนวงการศิลปวัฒนธรรมอีสานมาอย่างยาวนาน โดยผลงานของนายสัญญาโดดเด่นด้านการสื่อสารวัฒนธรรมผ่านสื่อการแสดง การเป็นผู้ดำเนินรายการ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้านให้แก่คนรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในการเป็นสถาบันการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ ส่งเสริม และต่อยอดมรดกทางวัฒนธรรม โดยการยกย่องศิลปินผู้สร้างคุณูปการ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมตระหนักถึงคุณค่าของศิลปวัฒนธรรมไทย และร่วมกันสืบสานมรดกทางภูมิปัญญาให้คงอยู่สืบไป
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ