
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 5 ม.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อีสานโพล (E-Saan Poll) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. ได้เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง การเมืองสามก๊กภาคอีสานท้ายปี2568 โดยผลสำรวจพบว่า คะแนนนิยมพรรคการเมืองผ่านแนวโน้มการจะลงคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ชี้ชัดว่าเกิดสภาวะสามก๊กที่คะแนนค่อนข้างสูสีกันใน 3 พรรคการเมืองใหญ่ประกอบด้วยประชาชน เพื่อไทย และภูมิใจไทย ทั้งนี้เมื่อเทียบกับคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในการเลือกตั้งปี 2566 พรรคประชาชนมีคะแนนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย พรรคเพื่อไทยมีคะแนนลดลง ขณะที่พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยสูตรการร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่าง 2 พรรคใหญ่ทั้ง 3 สูตร ไม่ว่าจะเป็น ส้ม+แดง แดง+น้ำเงิน หรือ น้ำเงิน+ส้ม มีความสูสีกัน และเกิดภาวะที่กองเชียร์สนับสนุนการตั้งรัฐบาลร่วมโดยสองพรรคหลักที่ไม่มีจุดลงตัว
รศ. ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ในฐานะ หัวหน้าโครงการอีสาน โพลเปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ สำรวจความคิดเห็นของคนอีสานกับแนวโน้มการเลือก ส.ส. บัญชีรายชื่อ และแนวทางการจัดตั้งรัฐบาลของ 3 พรรคใหญ่ โดยทำการสำรวจ จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,151 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด โดยเมื่อสอบถามว่า ถ้าเลือกตั้ง ส.ส. วันนี้ท่านมีแนวโน้มจะลงคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อ ให้พรรค
ใด พบว่า อันดับ 1 พรรคประชาชน ร้อยละ 34.4 รองลงมา ร้อยละ 26.7 พรรคเพื่อไทย และอันดับ3
ตามมาติดๆ พรรคภูมิใจไทย ร้อยละ 26.4 อันดับ4 พรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 4.3 อันดับ 5 พรรค
ประชาธิปัตย์ร้อยละ 3.1 อันดับ 6พรรคเศรษฐกิจ ร้อยละ 1.8 อันดับ7พรรครวมไทยสร้างชาติ และ
พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 1.0 เท่ากัน อันดับ 9 พรรคกล้าธรรม ร้อยละ 0.8 อันดับ 10พรรคไทย
ก้าวใหม่ และอื่นๆ ร้อยละ 0.4
“เมื่อเปรียบเทียบกับคะแนน ส.ส. บัญชีรายชื่อในภาคอีสาน ในการเลือกตั้ง ปี 2566 จะพบว่า พรรคประชาชนมีความนิยมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก ร้อยละ 33.2 เป็นร้อยละ 34.4 ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีคะแนนนิยมลดลงจากร้อยละ 43.1 เหลือร้อยละ 26.7 ส่วนพรรคภูมิใจไทยคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก ร้อยละ 4.1 เป็นร้อยละ 26.4 เมื่อสอบถามว่า ท่านต้องการให้พรรคการเมืองหลักใดร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลมากที่สุด พบว่า เสียงค่อนข้างสูสีระหว่าง 3 สูตร โดยสูตรที่ 1 เพื่อไทยและภูมิใจไทย ร้อยละ 31.0 สูตรที่ 2ภูมิใจไทยและประชาชน ร้อยละ 28.7 และสูตรที่ 3 ประชาชนและเพื่อไทย ร้อยละ 28.7 ขณะที่กว่าร้อยละ 10.1อยากได้สูตรอื่นๆ ที่เป็นไปได้ค่อนข้างยาก เช่น การตั้งรัฐบาลโดยพรรคใหญ่พรรคเดียวเป็นแกนนำร่วมกับพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือการให้พรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กที่ตนเองชื่นชอบเป็น”
รศ.ดร.สุทิน กล่าวต่อว่าทั้งนี้เมื่อเจาะลึกลงรายละเอียดพบว่า ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 60.4ต้องการให้พรรคประชาชนตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย ขณะที่ ร้อยละ 32.0 อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจไทย ในส่วนผู้สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 70.3 อยากให้จับมือกับพรรคภูมิใจไทย มีเพียงร้อยละ 25.1 ที่อยากให้ตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน และในส่วนของผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 61.5 อยากให้พรรคภูมิใจไทยตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาชน ขณะที่ ร้อยละ35.5 อยากให้จับมือกับพรรคเพื่อไทย ซึ่งสะท้อนสถานการณ์ที่กองเชียร์ส่วนใหญ่ของแต่ละพรรคมีความต้องการร่วมรัฐบาลที่ไม่ตรงกัน ดังนั้นไม่ว่าจะจัดตั้งรัฐบาลสูตรผสมใด ก็จะเป็นที่วิพากษณ์วิจารณ์ของกองเชียร์ที่ไม่ถูกใจในการร่วมรัฐบาล
ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ