
ภ.4 บุกตรวจโรงรับจำนำเถื่อน 2 แห่งที่หนองบัวลำภู หลังพบปล่อยกู้–รับจำนำคิดดอกเบี้ยเกินกฎหมาย ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 54 คัน รถยนต์ 14 คัน และรถแทร็กเตอร์ พร้อมอาวุธปืนอีก 1 กระบอก
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 22 พ.ย. 2568 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.นุติ ศักดิ์สุภาพ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.4 และพ.ต.อ.พงศักดิ์ ชัยชนะกุล ผกก.สภ.สุวรรณคูหาพร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน 2 บก.สส.ภ.4และตำรวจสภ.สุวรรณคูหา ร่วมกันตรวจสอบโรงรับจำนำเอกชนจำนวน 2 แห่ง ในพื้นที่ จ.หนองบัวลำภู ที่เป็นโรงรับจำนำที่ไม่ปรากฎชื่อเป็นโรงรับจำนำที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตาม พ.ร.บ.จัดตั้งโรงรับจำนำ พ.ศ.2505
พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ กล่าวว่าภายหลังการสืบสวนของชุดสืบสวน กก.สืบสวน 2ฯ สืบสวนทราบว่าโรงรับจำนำวังบัวทอง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 239 ม.9 ต.นาด่าน อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู รับจำนำทรัพย์สิน, ให้กู้ยืมเงินและเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด จึงได้ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวและได้สอบสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้อง จากนั้นได้ทำหนังสือตรวจสอบไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ.2505 ผลการตรวจสอบพบว่าโรงรับจำนำที่ได้รับอนุญาตในจังหวัดหนองบัวลำภูมีจำนวน 5 แห่ง แบ่งเป็นของหน่วยงานรัฐ จำนวน 3 แห่ง และของเอกชนจำนวน 2 แห่ง แต่ไม่ปรากฎชื่อโรงรับจำนำวังบัวทอง เป็นโรงรับจำนำที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งตาม พ.ร.บ.จัดตั้งโรงรับจำนำ พ.ศ.2505 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2ฯ จึงได้รวมรวบพยานหลักฐานขอศาลออกหมายค้นโรงรับจำนำ จำนวน 2 แห่ง และศาลได้อนุมัติหมายค้นให้ตรวจค้น โรงรับจำนำวังบัวทอง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 239 ม.9 ต.นาด่าน อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู และบ้านเลขที่ 81 ม.10 ต.เก่ากลอย อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลำภู
“ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดหนองบัวลำภู เข้าตรวจค้นโรงรับจำนำวังบัวทอง ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 239 ม.9 ต.นาด่าน อ.สุวรรณคูหา พบนายวุฒิกร นาดี หรือเขิง แสดงตนเป็นเจ้าของบ้านและเป็นผู้ครอบครองสถานที่ จากการตรวจค้นพบรถจักรยานยนต์จำนวน 54 คัน และรถยนต์จำนวน 14 คัน และรถแทร็กเตอร์ จำนวน 2 คัน รถจักรยานยนต์(สามล้อ) จำนวน 2 คัน จอดอยู่บริเวณโรงเก็บรถซึ่งอยู่ด้านหลังของตัวบ้าน จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง
จากการสอบถามนายวุฒิกร ยอมรับว่า เป็นทรัพย์สินที่รับจำนำกับลูกค้าทั่ว ๆ ไป มีการคิดดอกเบี้ยร้อยละ 2-5 %ต่อเดือน แล้วแต่รายบุคคลและทรัพยสินที่จำนำ และยอมรับว่า มีการคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดจริง คือเกินกว่าร้อยละ 1.25 ต่อเดือนหรือ 15%ต่อปี”
พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ กล่าวต่อว่าจากนั้นเจ้าหน้าที่เรียกตรวจสอบเอกสารการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล, เอกสารเกี่ยวกับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงรับจำนำวังบัวทอง และเอกสารของรถจักรยานยนต์และรถยนต์คันที่ตรวจพบในบริเวณบ้าน ซึ่งนายวุฒิกรแสดงเพียงเอกสารการจดทะเบียนพาณิชย์ระบุชื่อ โรงน้ำวังบัวทอง 2 และเอกสารการเสียภาษีป้าย แต่ไม่มีเอกสารการจดทะเบียนนิติบุคคลอันจะสามารถประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลได้ และไม่มีใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานให้จัดตั้งโรงรับจำนำ ตาม พ.ร.บ.โรงรับจำนำ พ.ศ.2505 และได้ตรวจยึดอาวุธปืนกึ่งอัตโนมัติ ยี่ห้อ CZ-75 compact จำนวน 1 กระบอก และเครื่องกระสุน ขนาด 9 มม. จำนวน 7 นัด ได้บริเวณกล่องเก็บของหลังโต๊ะทำงานนายวุฒิชัย จึงได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่จำนำต่างๆ ทั้งคู่มือจดทะเบียนรถ, เอกสารเกี่ยวกับสัญญากู้, สัญญาจำนำ ภายหลังการตรวจสอบรายละเอียดและสอบสวนในเบื้องต้นแล้ว จึงได้แจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่, ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ, ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินและเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดและจัดตั้งโรงรับจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานซึ่งนายวุฒิชัยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
” จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 108 หมู่ 10 ต.เก่ากลอย อ.นากลาง จ.หนองบัวลำภู เนื่องจากมีชาวบ้าน ได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ นายจักรพงษ์ หมายหมั่น อายุ 41 ปี ภายหลังจากที่ได้กู้ยืมเงินจากนายจักรพงษ์ จำนวน 70,000 บาท โดยนายจักรพงษ์ คิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน เป็นจำนวน 3 เดือน ซึ่งชาวบ้านได้นำเอารถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า สีบรอน ทะเบียน บธ 1198 หนองบัวลำภู ไปเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ จำนวนดังกล่าว ไว้กับนายจักรพงษ์ แต่ไม่ได้ทำสัญญาไว้ต่อกัน มีเพียงการนำเอา สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาคู่มือเล่มทะเบียนรถยนต์ และรถยนต์กระบะคันดังกล่าวไปมอบให้ นายจักรพงษ์ ยึดถือไว้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ดังกล่าว”
พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ต่อมา ภรรยาของนายจักรพงษ์ ได้โอนเงินเข้ามาให้ชาวบ้าน จำนวน 63,000 บาท โดยอีก 7,000 บาท ถูกหักไว้เป็นดอกเบี้ย และให้ชาวบ้านจ่ายดอกเบี้ยด้วยวิธีการโอนผ่านบัญชีของชาวบ้าน เพื่อจ่ายดอกเบี้ย โดยให้โอนเข้าชื่อบัญชีน้ำดื่มตราเคโอ ในวันที่ 21 ต.ค. 68 จำนวน 7,000 บาท แต่เงินต้นยังคงเดิม
จึงร้องเรียนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบเอกสารการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล, เอกสารเกี่ยวกับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงรับจำนำ ก็ไม่มีมาแสดง จึงได้แจ้งข้อหา ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับในทางการค้าปกติ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (รับจำนำรถ)ฯ,ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินและเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ