
นักวิชาการ ม.ขอนแก่น ระบุ “อนุทิน”ไม่เปิดด่านชายแดน ไทย-กัมพูชา ถือว่ามาถูกทางและเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในระดับพื้นที่มากกว่าการฟังเสียงพ่อค้า พร้อมจี้ กต.เดินเกมส์รุกได้แล้ว อย่ารอแต่ข้อมูลมือ 2 ไปชี้แจงนานาชาติ
เมื่อเวลา 14.00น. วันที่ 14 ต.ค.2568 ที่คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น หรือ มข. รศ.ดร.พรอัมรินทร์ พรหมเกิด อาจารย์ประจำคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มข.ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ จ.ขอนแก่น ว่า การประกาศปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างต่อเนื่องต่อไป ตามคำสั่งของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ถือเป็นการตัดสินใจที่เด็ดขาและฉลาด เพราะฟังเสียงของประชาชนและชาวบ้านที่อยู่ตามแนวเขตชายแดน ตั้งแต่ จ.อุบลราชธานี ไปจนถึง จ.สระแก้ว ซึ่งมองถึงความเดือดร้อน และรับฟังเสียงของประชาชนเป็นใหญ่ เพราะขณะนี้เสียงประชาชนที่เดือดร้อน ที่ต้องโยกย้ายถิ่นฐาน ต้องพรากจากบ้านด้วยอาการที่ผวา และนอนไม่หลับ จากเสียงปืนหรือความหวั่นผวาจากสถานการณ์ตามแนวเขตชายแดน ดังนั้นการลงพื้นที่รับฟังเสียงประชาชน ทันทีหลังรับตำแหน่ง โดยส่วนตัวมองว่าเป็นสิ่งที่ดี และเห็นด้วยที่ รัฐบาลจะปิดด่านต่อไป เพราะสุดท้ายจะต้องฟังเสียงประชาชาน เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่นั้นเดือดร้อนจริง เดิมเคยทำงาน เคยทำมาหากินอย่างสุขสบาย แต่มามีปัญหาพิพาทระหว่างไทยกับกัมพูชา ทุกคนล้วนนอนไม่หลับ ต้องอพยพไปที่อื่น คน 400,000-500,000 คนนั้นไม่ธรรมดา ดังนั้นการที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ฟังเสียง ชาวบ้าน จนในที่สุดมีการดเปิดด่านตามที่ชาวบ้านร้องขอ
“วันนี้ผมเชื่อว่าภาคอีสานตอนล่างนั้นพรรคภูมิใจไทยกวาดเรียบแน่นอน เพราะ หัวหน้าพรรค และคณะทำงานนั้นลงลึกถึงปัญหา ลงไปถึงความเดือดร้อนของประชาชน เข้าไปฟังเสียงประชาชน มากกว่าฟังเสียงพ่อค้า นักธุรกิจ ซึ่งกลุ่มธุรกิจนั้นขาดทุนอยู่แล้วเพราะไม่สามารถค้าขายและดำเนินธุรกิจใดๆได้ เมื่อฟังเสียงประชาชนและทำตามที่ประชาชนต้องการ ท้ายที่สุดแล้วคุณอนุทินได้ใจประชาชนไปเต็มๆ อีกทั้งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าพรรคภูมิใจไทม ไม่ธรรมดา เดินเกมส์เงียบ ไม่โฉ่งฉ่าง จะเดินแบบฉลาด ใช้ความสุภาพ ใช้ความถ่อมตน กินลึก ดังนั้นการเลือกตั้งครั้ง หน้า ซึ่งจะเป็นการเลือกตั้งระยะสั้น คะแนนของพรรคภูมิใจไทยนั้นพุ่งแน่”
รศ.ดร.พรอมรินทร์ กล่าวต่อว่า เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชา บทของกระทรวงการต่างประเทศ หรือ กต. ซึ่งมีการวางคนทำงานที่ถูกต้องแล้ว แต่จากนี้ไป กต. ต้องเดินเกมส์เชิงรุกมากขึ้น ที่ผ่านมา การทำงานของ กต. ในเวทีนานาชาตินั้นเราแพ้กัมพูชาชัดเจน ดังนั้น รมว.กต.คนใหม่ จะต้องเดินเกมส์รุก ต้องระดมเจ้าหน้าที่ ลงไปในพื้นที่ ไปเก็บข้อมูลต่างๆแบบเชิงรุก ไม่ต้องรอข้อมูลมือ 2 จากทหารหรือหน่วยงานอื่นๆ กต.ต้องเก็บข้อมูลและส่งไปถึงนานาชาติได้รับทราบ เพราะไทยนั้นเป็นที่ตั้งของสถานทูตเกือบทุกประเทศทั่วทั้งโลก อย่างไรก็ตามขณะนี้เราอยู่ในสถานการณ์สู้รบ การทำงานของ กต.ที่ผ่านมา วางเฉย คอยตั้งรับอย่างเดียว วันนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเราต้องเชิงรุก เก็บข้อมูลทุดกเรื่องว่าเราเสียอะไรไป ความเดือดร้อน ในพื้นที่นั้นเป็นอย่างไร รัฐบาลที่ผ่านมาเราตกเป็นรอง วันนี้เราก็ยังตกเป็นรองจึงหวังว่ารัฐบาลของนายอนุทิจ จะเปิด เกมส์รุกให้มากขึ้น ไม่ใช่ให้กระทรวงกลาโหมไปพูดในเวทีสากล ทูต หรือทุกประเทศไม่ฟัง เพราะข้อมูลที่นานาชาติรับฟังคือข้อมูล ที่มาจาก กต.เท่านั้น
ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ