
สารทจีนขอนแก่นไม่คึกคัก ขณะที่ของไหว้ปรับราคาขึ้นเล็กน้อย วอนนายกรัฐมนตรีคนใหม่จ่กพรรคเดิมทบทวนนโยบายดิจิตอลวอลเล็ตเพราะสัญญาไว้แล้ว
ขณะที่ตลาดสดบางลำภูร่วมกับพ่อค้าแม่ค้าจัดโปโมชั่นเมื่อซื้อครบ 888 บาท รับคูปองเงินสด 40 บาท ด้านราคาของไหว้ ปีนี้ ขนมเข่ง-ขนมเทียน เริ่มต้นเพียงชิ้นละ 7-8 บาท ไก่ต้มเริ่มตัวละ 220-250 บาท เป็ดต้มเริ่มต้นตัวละ 350-400 บาท และหมูเริ่มต้นชิ้นละ 170-250 บาท
นายอำนวย ลิขิตวัน อายุ 40 ปี พ่อค้าขายกระดาษไหว้เจ้า กล่าวว่า ปีนี้ราคากระดาษไหว้ยังคงที่ไม่ได้ปรับราคาขึ้นลงเหมือนเป็ด ไก่ เพราะสินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าสิ้นเปลืองใช้งานครั้งเดียว เพราะคนเริ่มเผาน้อยลง และคนไหว้ใหญ่กันช่วงตรุษจีนไปแล้ว ทำให้การจับจ่ายช่วงนี้ถือว่าน้อยลงมาก
“พฤติกรรมการซื้อลูกค้าเปลี่ยนไปจากคนที่เคยซื้อเยอะๆ เคยซื้อไหว้ 5 ชุด ก็เปลี่ยนไปเหลือ 1-2 ชุด เพื่อไหว้ตามประเพณี อีกอย่างช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดีคนยังไม่เชื่อมั่นทางการเมือง การที่เปลี่ยนนายกรัฐมนตรีบ่อย คนก็เลยยังไม่มั่นใจใช้เงินอันนี้น่าจะมีส่วนยังหาความมั่นคงไม่เจอ สำหรับนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท นั่นคือความหวังของประชาชนยังไงก็อยากให้สานต่อเพราะคนยังรอการช่วยเหลือจากรัฐบาลอีกเยอะเพราะให้ความหวังมาแล้วเหมือนพ่อแม่ สัญญาว่าจะซื้อของให้ลูกพูดแล้วต้องทำให้ได้เหมือนที่สัญญาไว้”
ขณะที่นางนิศาชล วงศ์ภูมี อายุ 59 ปี แม่ค้าขายของไหว้ กล่าวว่า ราคาสินค้าปียี้ขยับขึ้นจากปีที่แล้วโดยเฉพาะไก่สดขึ้นมา กก.ละ 10 บาท ถือว่าขึ้นมาเยอะมากเพราะแต่ก่อนก็ไม่ได้ซื้อแพงขนาดนี้ โดยราคาขยับขึ้นมาทุกปีไม่มีลง ซึ่งสารทจีนปีนี้ร้านนำมาต้มขายเริ่มต้นตัวละ 220-250 บาท ขณะที่ราคาเป็ดสดขยับขึ้น 10 บาท ต่อ กก. นำมาต้มขายเริ่มต้นตัวละ 350-400 บาท ส่วนราคาหมูปีนี้คงที่เท่ากับปีที่ผ่านมาคือ 170 ต่อ กก.
“ร้านยังคงตรึงราคาไว้แบบนี้ไม่กล้าขึ้นไปมากกว่านี้เพราะถ้าขายแพงกว่านี้ขายยากมาก จึงต้องยอมแบกต้นทุนไว้โดยได้กำไรนิดหน่อยพอได้เลี้ยงครอบครัว และมีลูกค้าประจำขณะที่ พฤติกรรมการซื้อของลูกค้าเปลี่ยนไปจากเคยซื้อเยอะๆครอบครัวละ 5-10 ชุด เหลือ 1-2 ชุด ซื้อยากซื้อน้อยลง บางครอบครัว ไม่ไหว้เลยก็มี อาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นคนไม่มีเงิน และที่สำคัญ คนน่าจะรอเงินดิจิทัล 10,000 บาท จากรัฐบาล”
นางนิศาชล กล่าวต่ออีกว่า โดยส่วนตัวรอเงินดิจิตอลเช่นกันเพราะเป็นความหวัง อย่างน้อยถ้าได้มาช่วงสิ้นปีคนจะมีเงินไปใช้ช่วงปีใหม่ และ ตรุษจีน คนก็จะไปใช้ได้ในปีหน้า จึง อยากให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่สานต่อนโยบายเงินดิจิทัลเพราะนายกคือความหวังประชาชน เชื่อว่านายกคนใหม่จะนำพาเศรษฐกิจดีขึ้นเพราะมีที่ปรึกษาที่ดียังเชื่อมั่นใน คุณทักษิณ ชินวัตรว่าจะช่วยเป็นที่ปรึกษาให้กับลูกสาวและพาเศรษฐกิจไทยดีขึ้นเพราะยอมรับในความสามารถน่าจะถ่ายทอดมาที่ลูกและช่วยผลักดันให้เกิดความสำเร็จได้
น.ส.อารยานี กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เงินดิจิทัล 10,000 บาทคนยังคงมีความหวังและรอคอยอย่างแน่นอนแต่ก็ยังมีคนบางส่วนบอกว่าเลิกหวังแล้วไม่รู้จะออกมายังไงไม่ชัดเจน คิดว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะสานต่อนโยบายและพยายามที่จะสานต่อแต่ว่าจะไปต่อได้หรือไม่ไม่ทราบเพราะปัญหาเยอะมากต้องยอมรับความเป็นจริงในหลายๆเรื่องในฐานะประชาชนทั่วไปก็รู้สึกกังวลถ้าได้มาแล้วได้แบบไหนและไม่มีความชัดเจนทุกอย่างคลุมเครือไปหมดเหมือนเป็นนโยบายหาเสียงขายฝัน
“ถ้าถามว่านายกรัฐมนตรีคนใหม่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้หรือไม่ตอนนี้ไม่มีทางเลือกเพราะฉะนั้นต้องหวังและอีกอย่างที่หวังเพราะเบื้องหลังที่ปรึกษาคือคนที่เคยทำงานระดับประเทศมาก่อนจะทำงานดีไม่ดีไม่รู้ จะสำเร็จหรือไม่ไม่รู้แต่ถือว่าเป็นมือเก๋าประสบการณ์เพราะจริงๆแล้วคนที่เป็นนายกและสั่งการน่าจะเป็นคุณทักษิณ ชินวัตร บริหารและเก่งกว่าลูกแน่นอน คิดว่าอาจจะมีอะไรดีขึ้นบ้างเพราะจะมีที่ปรึกษาเยอะไม่ใช่เฉพาะพ่อเท่านั้น”
ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ -0628929797
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ