วันจันทร์, 21 กันยายน 2569

ชาวขอนแก่นแสดงจุดยืนไม่เอาสะพานบก ขอเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟจราจรและขยายช่องทาง หวั่นสะพานบดบังภูมิทัศน์

ชาวขอนแก่นแสดงจุดยืนไม่เอาสะพานบก ขอเปลี่ยนเป็นสัญญาณไฟจราจรและขยายช่องทาง หวั่นสะพานบดบังภูมิทัศน์ กระทบเศรษฐกิจ ราคาที่ดิน และการเดินทางของผู้สูงอายุ ด้านแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 3 รับข้อเสนอทั้งหมดกลับไปพิจารณาก่อนเสนอของบประมาณปี 2571

1400182-0

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ย.2569 ที่เทศบาลตำบลโคกสำราญ ต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 3 (บ้านไผ่) ได้กำหนด จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อกิจกรรมก่อสร้างเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2 ตอนบ้านไผ่–ท่าพระ ช่วงระหว่าง กม.305+550 ถึง กม.306+450 โดยมีประชาชนในพื้นที่เดินทางเข้าร่วมเป็นจำนวนมากจนล้นห้องประชุม ขณะที่ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับรูปแบบสะพานบกหรือทางแยกต่างระดับ โดยเสนอให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรและขยายช่องทางแทน ขณะเดียวกัน บริเวณงานมีการติดตั้งป้ายแสดงตำแหน่งโครงการ ช่วงดำเนินการ และรูปแบบการก่อสร้าง เพื่อใช้ประกอบการชี้แจงและรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงในที่ประชุมว่า การให้ข้อมูลครั้งนี้ดำเนินการตามมาตรา 57 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งกำหนดให้บุคคลมีสิทธิได้รับทราบข้อมูล คำชี้แจง และเหตุผลจากหน่วยงานราชการ ก่อนการอนุญาตหรือดำเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขอนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญของบุคคลและชุมชนท้องถิ่น รวมถึงมีสิทธิแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว การนำเสนอข้อมูลแบ่งออกเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ ความเป็นมาของโครงการ รายละเอียดโครงการ รูปแบบการก่อสร้าง และสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน 

1400183-0

นายเสน่ห์ เจริญวงศ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงขอนแก่นที่ 3 (บ้านไผ่) กล่าวว่า ประชาชนในพื้นที่ต้องการสัญญาณไฟจราจร การขยายถนน และป้ายบอกทางเข้าแหล่งท่องเที่ยวแก่งละว้า ซึ่งกรมทางหลวงมีโครงการขยายถนนจากจังหวัดนครราชสีมาถึงจังหวัดขอนแก่นให้เป็น 6 ช่องจราจร แต่ต้องทยอยดำเนินการตามงบประมาณ ส่วนป้ายบอกทางเข้าแก่งละว้าสามารถประสานให้ดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอโครงการก่อสร้างครั้งนี้ วิศวกรผู้จัดทำโครงการเป็นบุคลากรในพื้นที่และสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น มีหน้าที่ออกแบบโครงการให้เกิดประโยชน์ แต่ขณะเดียวกันต้องรับฟังผลกระทบที่ประชาชนอาจได้รับ ไม่สามารถดำเนินโครงการได้ทันทีเพียงเพราะเห็นว่ามีความจำเป็น

“แขวงทางหลวงมีหน้าที่จัดทำข้อเสนอส่งให้กรมทางหลวงและสำนักงบประมาณพิจารณา ขณะนี้วงเงิน 50 ล้านบาทยังไม่ได้รับการจัดสรร และการขอรับงบประมาณไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากต้องนำโครงการไปเปรียบเทียบกับความจำเป็นของพื้นที่อื่นทั่วประเทศ”

1400190-0

นายเสน่ห์ กล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อโครงการเพิ่มประสิทธิภาพทางหลวงหมายเลข 2 บริเวณ กม.305–306 หรือแยกโคกสำราญ ณ เทศบาลตำบลโคกสำราญ แขวงทางหลวงนำเสนอรูปแบบสะพานบก เนื่องจากถนนมิตรภาพเป็นทางหลวงสายหลักที่ตัดกับทางหลวงสายรอง และต้องการลดปัญหาอุบัติเหตุในพื้นที่ พร้อมนำเสนอข้อดีและข้อเสียของทางแยกระดับดินในปัจจุบัน ทางแยกที่ควบคุมด้วยสัญญาณไฟจราจร และสะพานยกระดับหรือทางแยกต่างระดับอย่างครบถ้วน ประชาชนเสนอให้ใช้รูปแบบสัญญาณไฟจราจร ขยายทางหลวงหมายเลข 2 และติดตั้งป้ายบอกทางเข้าแก่งลว้า แขวงทางหลวงจึงจะนำข้อมูลทั้งหมดไปประกอบการพิจารณาแก้ไขปัญหาทั้งบริเวณแยกโคกสำราญและทางแยกอื่น และสำหรับการจัดสรรงบประมาณ เดิมแขวงทางหลวงเตรียมเสนอขอรับงบประมาณในปีงบประมาณ 2571 แต่จะต้องตรวจสอบความต้องการและรูปแบบของจุดอื่นร่วมด้วย จากนั้นจึงรวบรวมข้อมูลเพื่อเสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณต่อไป ส่วนรูปแบบการก่อสร้างจะต้องนำกลับไปพิจารณาให้สอดคล้องกับข้อเสนอของประชาชนและสภาพพื้นที่ก่อนดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

1400189-0

ด้านนายสวี ทินราช อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 74 ชาวบ้านหมู่ 3 ตำบลโคกสำราญ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างสะพานยกระดับ เนื่องจากรถขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านอาจใช้งานได้ไม่สะดวก ขณะที่ประชาชนทั่วไปอาจไม่เลือกใช้ทางข้ามดังกล่าว จึงต้องการให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณทางแยกโดยตรง หากต้องเดินทางไปกลับรถไกลในลักษณะเดียวกับจุดกลับรถบริเวณทางรถไฟ อาจต้องเดินทางประมาณ 1 กิโลเมตร และเมื่อรวมระยะทางไป–กลับจะอยู่ที่ประมาณ 2 กม. ส่งผลให้การเดินทางไม่สะดวก และนอกจากนี้ ผู้สูงอายุอาจประสบความยากลำบากในการขึ้นและลงสะพาน ขณะที่การติดตั้งสัญญาณไฟจราจรจะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถเดินหรือจูงกันข้ามทางได้ง่ายขึ้น รวมถึงช่วยให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ข้ามทางได้สะดวกกว่าเดิม ยืนยันว่า เมื่อเปิดให้ประชาชนแสดงมติด้วยการยกมือ ผู้เข้าร่วมต้องการสัญญาณไฟจราจรและไม่ต้องการสะพาน พร้อมขอให้ผู้มีอำนาจพิจารณาลงพื้นที่ตรวจสอบความต้องการของประชาชน และนำข้อเสนอเรื่องสัญญาณไฟจราจรไปพิจารณาแทนรูปแบบสะพานกลับรถ

1400187-0

ด้านนายประดิษฐ์ เจียมา อายุ 63 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม. 1 กล่าวว่า การประชาคมครั้งนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนพิจารณารูปแบบตามแนวทางที่กรมทางหลวงเสนอ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ต้องการสะพานลอยหรือสะพานยกระดับ เนื่องจากอาจบดบังทัศนวิสัย ทางเข้า–ออกชุมชน และซุ้มประตูของเทศบาลตำบลโคกสำราญ การใช้สัญญาณไฟจราจรจะสะดวกต่อการสัญจรของประชาชนมากกว่า หากก่อสร้างสะพานแล้วไม่มีผู้ใช้งาน พื้นที่อาจกลายเป็นจุดมั่วสุมหรือที่พักของคนเร่ร่อน และอาจก่อให้เกิดอันตรายในช่วงกลางคืน แม้สะพานยกระดับจะมีข้อดีบางประการ แต่ผลกระทบอาจมีมากกว่าประโยชน์ที่ได้รับ ขณะที่สัญญาณไฟจราจรจะให้ประโยชน์ต่อคนในชุมชนมากกว่า จึงเป็นรูปแบบที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการ โดยมีเพียงส่วนน้อยที่อาจเห็นด้วยกับการก่อสร้างสะพาน พื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่เขตเมือง แต่เป็นเขตชุมชน ผู้สูงอายุไม่ต้องการเดินขึ้นสะพาน ส่วนผู้ที่เดินข้ามถนนส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่เดินทางไปเกี่ยวข้าว เกี่ยวหญ้า ไปไร่ หรือไปสวน รูปแบบการก่อสร้างจึงควรสอดคล้องกับวิถีชีวิตและการใช้งานจริงของประชาชนในพื้นที่

1400185-0 1400186-0 ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797 kku2 Central Khonkaen Logo 03 2_07b2fa84021c11013.jpeg sm02.jpeg green-white-background06.jpeg แบนเนอร์03 69 cropped-kk0012-scaled-3.jpeg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ radio20766


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
เร่งประชาสัมพันธ์ เชิญชวนชาวขอนแก่นออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น 27 กันยายน นี้
อบจ.ขอนแก่น ซักซ้อมระบบประมวลผลรวมคะแนน เตรียมพร้อมเลือกตั้งนายก อบจ. ย้ำถูกต้อง โปร่งใส ตรวจสอบได้
เปิดแล้ว! ศิลปหัตถกรรมนักเรียน ขอนแก่น เขต 1 ครั้งที่ 74 เวทีรวมพลคนเก่ง 180 รายการ
ททท.ขอนแก่นชวนเที่ยว! ‘เวียงเก่า’ ขอนแก่น Unseen ถิ่นไดโนเสาร์ ลุยทริปคาร์บอนต่ำ ย้อนเวลา 130 ล้านปี ครบจบในที่เดียว
สำนักงานสถิติแห่งชาติ เลือกขอนแก่นแถลงผลโครงการสำมะโนประชากรและเคหะ พ.ศ. 2568 ส่วนภูมิภาค ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบประชากรไทยทะลุกว่า 73 ล้านคนแล้ว
อบจ.ขอนแก่น จัดอบรมวิทยากรระดับจังหวัด เตรียมความพร้อมเลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่น