วันอังคาร, 8 กันยายน 2569

ลุยทุ่งกุลา! “บิ๊กเต่า” ผนึก ป.ป.ช.-ป.ป.ท. ตรวจงบระบบน้ำ 94 ล้าน หลังถูกร้องเรียนโครงการกระจุกตัว-ใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่

วันที่ 8 กันยายน 2569 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง หรือ “บิ๊กเต่า” พร้อมด้วย นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน นายอดุลย์ วันดี รักษาราชการแทน ผอ.ป.ป.ช.ร้อยเอ็ด และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการพัฒนาระบบกักเก็บและกระจายน้ำ ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ต.ทุ่งกุลา อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด หลังได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับโครงการพัฒนาที่ดิน 4 จุด รวมงบประมาณกว่า 94 ล้านบาท

คณะตรวจสอบลงพื้นที่บริเวณโรงสูบน้ำ โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิตข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้สู่มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ บ้านขวาว หมู่ 9 ต.ทุ่งกุลา เพื่อตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง ทั้งระบบกักเก็บน้ำ ระบบสูบน้ำ จุดติดตั้งอุปกรณ์ ตลอดจนพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในแผนรับประโยชน์ พร้อมเปรียบเทียบข้อมูลกับเอกสารโครงการและแบบแปลนที่ได้รับอนุมัติจากส่วนกลาง

โครงการที่ถูกร้องเรียนเป็นโครงการของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งดำเนินการในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้หลายปีงบประมาณ ตั้งแต่ปี 2566-2568 รวมวงเงินกว่า 94 ล้านบาท โดยมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการกระจายงบประมาณ โครงการที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน รวมถึงบางโครงการที่ก่อสร้างแล้วแต่ยังใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ระหว่างการลงพื้นที่ นายพูล บัวลี กำนันตำบลทุ่งกุลา ชี้แจงต่อคณะตรวจสอบว่า ตนเองเป็นผู้เสนอขอรับงบประมาณจากส่วนกลางทั้งหมด เนื่องจากต้องการให้มีการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบบริหารจัดการน้ำ เพื่อแก้ไขปัญหาและสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินงานเป็นไปตามแบบแปลนและรายละเอียดที่หน่วยงานส่วนกลางกำหนด

ด้าน นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า การร้องเรียนมีทั้งจากหน่วยงานภายในและภายนอก โดยมีข้อสังเกตเรื่องความทับซ้อนของโครงการ รวมถึงบางโครงการที่ดำเนินการเสร็จแล้วแต่ยังไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จึงจำเป็นต้องลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นโอกาสให้หน่วยงาน ป.ป.ช. ป.ป.ท. และหน่วยสืบสวนกลาง ได้ร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่จริง ก่อนนำข้อมูลและรายละเอียดของแต่ละโครงการกลับไปตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป

ขณะที่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการสอบสวนกลาง กล่าวว่า สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญคือโครงการที่ใช้งบประมาณเกี่ยวกับการกระจายน้ำ หากมีข้อบกพร่องและปล่อยให้เรื้อรัง อาจทำให้งบประมาณของประเทศที่ลงไปถึงประชาชนไม่เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานตรวจสอบเข้ามาร่วมกันดูแล

“ถ้างบประมาณที่ลงมาไม่มีการทุจริต และสามารถทำแล้วเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เราก็เห็นด้วย แต่จากภาพที่เห็นในพื้นที่ รวมถึงข้อมูลเบื้องต้น ยังมีข้อสงสัยหลายส่วนที่ต้องตรวจสอบต่อ” พล.ต.ต.จรูญเกียรติกล่าว

รองผู้บัญชาการสอบสวนกลางยังเน้นย้ำว่า การดำเนินโครงการของรัฐต้องเริ่มตั้งแต่ “กระดุมเม็ดแรก” คือการสำรวจและตรวจสอบพื้นที่ให้ชัดเจนว่ามีปัญหาอะไร แหล่งน้ำต้นทุนเพียงพอหรือไม่ และเมื่อก่อสร้างแล้วจะสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการจัดซื้อจัดจ้างและก่อสร้าง

ด้าน นายอดุลย์ วันดี รักษาราชการแทน ผอ.ป.ป.ช.ร้อยเอ็ด กล่าวว่า โครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณสูง จำเป็นต้องสำรวจและตรวจสอบตั้งแต่ต้น ทั้งปัญหา อุปสรรค การประสานหน่วยงาน และโดยเฉพาะการขออนุญาตใช้พื้นที่ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญ หากดำเนินการไม่ถูกต้องอาจส่งผลต่อโครงการในระยะยาว จนไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ หรือใช้ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะนำข้อมูลจากการลงพื้นที่ รวมทั้งเอกสารโครงการ แบบแปลน พิกัดพื้นที่ ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจรับงาน และการใช้งานจริง ไปตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อหาข้อเท็จจริงว่าการดำเนินโครงการเป็นไปตามระเบียบและวัตถุประสงค์หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การลงพื้นที่ครั้งนี้ยังเป็นเพียงขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง และยังไม่มีข้อสรุปว่ามีการทุจริต โดยผู้เกี่ยวข้องยังมีสิทธิชี้แจงข้อมูลและข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน

ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ คือ งบประมาณกว่า 94 ล้านบาทที่ลงสู่พื้นที่ทุ่งกุลา ดำเนินการตามแบบแปลนและวัตถุประสงค์ครบถ้วนหรือไม่ โครงการต่าง ๆ มีความซ้ำซ้อนกันหรือไม่ และระบบน้ำที่ก่อสร้างขึ้นสามารถใช้งานจริงและเกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรได้เต็มประสิทธิภาพเพียงใด

//////////////