วันอังคาร, 11 สิงหาคม 2569

ปกครอง -ตำรวจ-ที่ดิน-สำนักงานพระพุทธศาสนา และคณะสงฆ์ ร่วมรื้อป้าย ทุบท่อปูน มือดีปิดล้อมวัดหวังขับไล่คณะสงฆ์ พ้นวัด พร้อมจัดกำลังตำรวจประจำวัดเพื่อดูแลความปลอดภัย ส่วนข้อพิพาทกรรมสิทธิ์ต้องดำเนินไปตามกระบวนการศาล

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 11 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายพิชัย วันตา นายอำเภอเมืองขอนแก่น พร้อมด้วย พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น, พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ,เจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น และผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน หลังเกิดเหตุชายฉกรรจ์และหญิงรวมประมาณ 10 คน นำท่อและรถผสมปูนเข้ามาตั้งและเทปูนปิดทางเข้า–ออกวัดป่าอดุลยารามทุกจุด พร้อมทั้งการติดป้ายขับไล่ให้แจ้งให้คณะสงฆ์เก็บของออกจากวัดให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

IMG-0273

นายพิชัย วันตา นายอำเภอเมืองขอนแก่น กล่าวว่า ต้นเหตุมาจากข้อพิพาทระหว่างวัดกับฝ่ายทายาทของผู้บริจาคที่ดิน โดยฝ่ายทายาท ผู้จัดการมรดก หรือบุตรของผู้บริจาค ต้องการเรียกคืนที่ดินบางส่วนซึ่งอยู่ในบริเวณที่ตั้งวัด ซึ่งที่ผ่านมา ภรรยาของผู้บริจาคในฐานะคู่สมรสเคยยื่นฟ้องเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าว โดยคดีผ่านการพิจารณาทั้ง 3 ศาล และปรากฏว่าทางวัดเป็นฝ่ายชนะคดี ต่อมาภรรยาของผู้บริจาคเสียชีวิต บุตรจึงยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดกและยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอที่ดินบางส่วนคืน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์นำท่อและเทปูนปิดทางเข้า–ออกวัดขึ้น ทางวัดเชื่อว่ากลุ่มบุคคลที่เข้ามาปิดประตูวัดน่าจะเกี่ยวข้องกับฝ่ายทายาทของผู้บริจาค เนื่องจากมีการติดป้ายแจ้งสิทธิเกี่ยวกับที่ดินไว้หลายจุด ขณะเดียวกัน เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พระสงฆ์ภายในวัดเกิดความวิตกกังวลด้านความปลอดภัย จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เข้ามาตรวจสอบ ดูแลความสงบเรียบร้อย ลดความวิตกกังวล และรักษาความปลอดภัยให้แก่พระสงฆ์
ด้าน พ.ต.อ.ยศวัจน์  กล่าวว่า ตำรวจและฝ่ายปกครองได้ร่วมกันลงพื้นที่ตรวจสอบและตรวจตราสถานการณ์ ประกอบกับเจ้าอาวาสได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าได้รับความเดือดร้อน ซึ่งถือเป็นคำร้องทุกข์ตามกฎหมาย พนักงานสอบสวนจึงรับเรื่องไว้และลงตรวจสถานที่เกิดเหตุแล้ว เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเองอีกครั้ง เนื่องจากเหตุการณ์อาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนาและคณะสงฆ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ ส่วนข้อโต้แย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น คู่กรณีได้ยื่นฟ้องกันแล้ว จึงต้องดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมและการพิจารณาของศาล 

1304936-0

“สำหรับกรณีกลุ่มบุคคลเข้ามาวางท่อและเทปูนปิดทางเข้า–ออกวัด จากการรับฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้น ตำรวจเห็นว่าเป็นการรบกวนสิทธิของวัดและเข้าข่ายความผิดฐานบุกรุกในเวลากลางวัน ส่วนจะเข้าข่ายข้อกฎหมายหรือความผิดฐานใดเพิ่มเติม ต้องพิจารณารายละเอียดและพยานหลักฐานอีกครั้งในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า มีบุคคลใดเข้ามาดำเนินการและมีใครร่วมก่อเหตุบ้าง โดยเจ้าหน้าที่มีคลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้แล้ว และจะเร่งพิสูจน์ทราบตัวบุคคล ก่อนเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบสวน เพื่อหาผู้กระทำความผิดและตรวจสอบมูลเหตุจูงใจต่อไป”

1304982

ผกก สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวต่อว่า  สภ.เมืองขอนแก่นจะจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลและประจำอยู่ภายในวัดในช่วงนี้ หากพระสงฆ์มีความประสงค์จะเดินทางไปสถานที่ใด ตำรวจจะเข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คณะสงฆ์ อย่างไรก็ตามขอให้พุทธศาสนิกชนและญาติโยมที่ศรัทธาวัดป่าอดุลยารามเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยตำรวจจะพยายามนำตัวบุคคลที่เข้ามาวางท่อและเทปูนปิดทางเข้า–ออกวัดเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด พร้อมจัดกำลังตำรวจประจำวัดเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คณะสงฆ์และประชาชนที่เดินทางมาที่วัด

1304937-0

ด้านนายพงษ์สุวัจน์ ไชยต้นเทือก เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับที่ดินของวัดแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นที่ดินมีโฉนด เนื้อที่ประมาณ 21 ไร่ ส่วนที่สองเป็นที่ดินไม่มีโฉนด แต่มีหลักฐาน ส.ค.1 เนื้อที่ 5 ไร่ เมื่อปี 2533 ผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดได้ยกที่ดินให้วัด โดยแสดงเจตนาให้นำไปใช้สร้างวัด ต่อมาในปี 2535 ผู้ถือกรรมสิทธิ์เสียชีวิต ภรรยาจึงยื่นขอเป็นผู้จัดการมรดก กระทั่งปี 2544 ภรรยาของผู้บริจาคยื่นฟ้องขับไล่ในส่วนที่ดิน 5 ไร่ ซึ่งอยู่ติดกับที่ดิน 21 ไร่ เนื่องจากมีแม่ชีเข้าไปสร้างที่อยู่อาศัย โดยในคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง ภรรยาของผู้บริจาคยอมรับว่าทราบว่าสามีได้ยกที่ดิน 21 ไร่ให้วัดแล้ว และไม่ได้ติดใจในที่ดินส่วนนั้น แต่ยังติดใจในส่วนที่ดิน 5 ไร่ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การยกให้ที่ดินมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย และโจทก์ไม่ได้ครอบครองทำประโยชน์ในที่ดิน 5 ไร่ จึงมีคำพิพากษายกฟ้อง ฝ่ายโจทก์ยื่นอุทธรณ์ แต่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องเช่นกัน จากนั้นโจทก์ยื่นฎีกา โดยศาลฎีกาเห็นว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่รับพิจารณา ทำให้คดีดังกล่าวสิ้นสุดลง

“ต่อมาภรรยาของผู้บริจาคเสียชีวิต บุตรจึงเข้ามาเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดแทน และนำที่ดิน 5 ไร่ไปยื่นขอออกโฉนด แต่เมื่อดำเนินการรังวัด ปรากฏว่าเนื้อที่เพิ่มเป็นกว่า 6 ไร่ และทับซ้อนกับพื้นที่สวนหย่อมและสวนสาธารณะของเทศบาลนครขอนแก่น ทำให้เทศบาลนครขอนแก่นยื่นคัดค้าน ฝ่ายบุตรในฐานะผู้จัดการมรดกจึงมีข้อกล่าวหาต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐ 3 ประเด็น ประเด็นแรก ขอให้เจ้าพนักงานที่ดินออกโฉนดบริเวณที่ดินเนื้อที่กว่า 6 ไร่ตามผลการรังวัดใหม่ ในส่วนประเด็นที่อ้างว่าที่ดินเป็นสินสมรส แม้บิดาจะทำหนังสือยกที่ดินให้วัด แต่บิดาและมารดาเป็นคู่สมรสกัน ที่ดินจึงต้องเป็นของมารดาครึ่งหนึ่ง และขอให้เพิกถอนสัญญา และประเด็นสุดท้าย ฝ่ายโจทก์กล่าวอ้างว่า จากที่ดินตามโฉนด 21 ไร่ บิดายกให้วัดเพียง 6 ไร่ จึงขอให้ศาลสั่งเจ้าพนักงานที่ดินรังวัดและออกโฉนดเนื้อที่ 6 ไร่ ในส่วนที่เป็นบริเวณเมรุให้แก่วัด โดยคดีนี้มีการต่อสู้กันมาจนถึงศาลฎีกา”
นายพงษ์สุวัจน์ กล่าวต่อว่า สำหรับข้อสงสัยว่า ราคาที่ดินบริเวณวัดซึ่งมีมูลค่าสูงอาจเป็นปัจจัยดึงดูดให้ทายาทของผู้บริจาคต้องการที่ดินคืนหรือไม่นั้น เจ้าหน้าที่จากสำนักงานที่ดินจังหวัดขอนแก่นให้ข้อมูลว่า ราคาประเมินที่ดินของกรมธนารักษ์ รอบปี 2566–2569 ระบุว่า โฉนดเลขที่ 61945 เนื้อที่ 21 ไร่ 3 งาน 61 ตารางวา มีราคาประเมินตารางวาละ 8,900 บาท คิดเป็นราคาประเมินรวม 77,972,900 บาท

1304934-0

ขณะที่ นางณัฏฐนันท์ เลี้ยวสกุลนำชัย นักวิชาการศาสนาชำนาญการพิเศษ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ได้ประสานคณะปกครองสงฆ์ ทั้งเจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบล ให้เข้ามาถวายคำแนะนำแก่พระสงฆ์ พร้อมแนะนำให้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยเฉพาะป้ายที่ถูกนำมาติดไว้บริเวณวัด เนื่องจากประชาชนที่สัญจรผ่านไปมาและอ่านข้อความบนป้าย อาจเกิดข้อสงสัยหรือแปลความหมายไปในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อความศรัทธาในพระพุทธศาสนาจึงอยากฝากถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า หากป้ายดังกล่าวจำเป็นต้องเก็บไว้เป็นพยานหลักฐานในคดี ก็ขอให้เก็บออกจากบริเวณวัดก่อน หากสามารถดำเนินการได้ เพราะข้อความบนป้ายอาจทำให้ผู้ที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงเข้าใจว่า พระสงฆ์ซึ่งพำนักอยู่ภายในวัด รวมถึงพุทธศาสนิกชนที่เข้ามาใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อปฏิบัติธรรมและประกอบกิจอันเป็นกุศล เป็นผู้บุกรุก ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนแก่ประชาชนได้

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797 kku2 Central Khonkaen Logo 03 2_07b2fa84021c11013.jpeg sm02.jpeg green-white-background06.jpeg แบนเนอร์03 69 cropped-kk0012-scaled-3.jpeg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ radio20766


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
พิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ เนื่องในวันรพี ประจำปี 2569 และการแข่งขันฟุตบอลวันรพี  เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์อันดีของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม
อบจ.ขอนแก่น พร้อมจัดการเลือกตั้ง นายกฯ 27 ก.ย. รับสมัคร 17-21 ส.ค. ทุกคนมีสิทธิ์ลงสมัครรับการเลือกตั้งหากคุณสมบัติครบ มั่นใจคนใช้สิทธิ์ทะลุ 70%
หนุ่มขอนแก่นเมายา โกรธที่ครอบครัวขายที่ดินแล้วไม่แบ่งเงินให้ใช้ คว้าหนังสติ๊กยิง ห้องทำงาน ผกก.ฯ 2 นัด ตำรวจคุมตัวได้ทันควัน
ด่วน!!ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้ เลือกตั้งนายก อบจ.ขอนแก่นใหม่
ขอนแก่น ดีเดย์ประชุมผังนโยบายจังหวัด ครั้งที่ 1 วางเข็มทิศพัฒนาพื้นที่ รับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี
ปศุสัตว์ขอนแก่นเร่งตรวจหาที่มาของคนนำมาทิ้งกระโหลกศรีษะวัวริมถนน คาดผู้ประกอบการในพื้นที่มักง่าย หากตรวจพบมีความผิดทันที