
เกษตรกรขอนแก่น-อุดรฯ นับร้อย ประกาศบุกประชุม ครม.-ทำเนียบ- กษ. ทวงเงินค่าน้ำนมดิบ หลังไม่ได้รับเงินมากว่า 5 เดือน ทั้งที่ส่งน้ำนมดิบทุกวัน อาหารก็ซื้อกับรัฐ เปลี่ยนมาแล้วหลายรัฐมนตรี หลายพรรค ทุกอย่างก็เหมือนเดิม วอน “อนุทิน-สุริยะ” ช่วยด้วย
เมื่อเวลา 14.00 น วันที่ 6 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปที่ บ.ตำแคน ม.12 ต.ดงเมืองแอม อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมในพื้นที่ ที่กำลังเตรียมตัวเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อขอพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาลและรัฐสภา รวมทั้งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว. เกษตรและสหกรณ์ หลังเกษตรกรในพื้นที่ไม่ได้รับเงินค่าน้ำนมดิบ มาเกือบ 5 เดือน ทั้งที่ส่งน้ำนมดิบให้กับศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบอุบลรัตน์-เขาสวนกวาง ภายใต้การกำกับควบคุมดูแลของ อสค.ขอนแก่น
น.ส.สุกัญญา ศรีบุญเรือง อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 19 ม.12 บ.คำแคน ต.ดงเมืองแอม อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า ครอบครัวเลี้ยงวัวนมมากว่า 23 ปี มีวัวรวมกว่า 80 ตัว โดยเป็นนมวัว 35 ตัว ทุกวันต้องรีดน้ำนมดิบส่งให้กับศูนย์ฯ เช้าและเย็น เฉพาะฟาร์มของตนเอง วันละ 530 กก. ในราคา กก.ละ 21-22 บาท ซึ่งศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบอุบลรัตน์-เขาสวนกวาง นั้นจะรับซื้อน้ำนมดิบจาก 25 ฟาร์มวันละประมาณ 6,000 กก.หรือประมาณวันละ126,000 บาท ซึ่งทั้ง 25 ฟาร์มส่งน้ำนมดิบให้ทุกวัน อาหารก็ซื้อกับ อสค.แต่ก็ไม่ได้รับเงินค่าน้ำนมดิบ ทั้งที่ต้องจ่ายทุก 15 วัน ทวงถาทก็ได้รับตอบว่า อสค.ขายนมไม่ได้
“ทุกฟาร์มมีค่าใช้จ่ายเรื่องอาหาร,ต้นทุนการผลิตและค่าจ้างคนงาน เมื่อเงินถูกค้างจ่าย มาเกือบ 5 เดือน และล่าช้าแบบนี้มาตั้งแต่ปีที่แล้วการหมุนเวียนของเงินก็แทบจะไม่มี ต้องทยอยขายวัวเพื่อนำเงินมาเสริมสภาพคล่อง วันนี้แทบทุกฟาร์มไม่ไหวแล้วจะล้มกันหมดแล้ว จึงรวมตังกันทั้งในเขต จ.ขอนแก่นและอุดรธานีไม่น้อยกว่า 400 คนเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อพบนายกรัฐมนตรี,รมว.เกษตรฯ และคนที่รับผิดชอบให้เห็นใจและใส่ใจเกษตรกรคนอีสานด้วย เปลี่ยนรัฐบาลแล้ว เปลี่ยนคนและพรรคที่กำกับและควบคุมกระทรวงเกษตรฯแล้ว ก็หวังที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงและความจริงใจในการแก้ไขปัญหาให้กับเกษตรกรจริงๆ อีกทั้งน้ำนมดิบที่ส่งขายให้กับ อสค.ทุกวันแต่ไม่จ่ายเงิน น้ำนมนั่นหายไปไหน”
ขณะที่นายวิชัย สอนชา อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27 ม.12 บ้านคำแคน ต.ดงเมืองแอม อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า เป็นสมาชิก สหกรณ์โคนมน้ำพองจำกัด มากว่า 15 ปีแล้ว เลี้ยงวัวนม 75 ตัว รีดนมได้ 40 ตัว และส่งนมให้กับสหกรณ์ฯที่ ศูนย์รับซื้อนม อศค.บ้านโนนเจริญ ทำเช่นนี้ต่อเนื่องมาหลายปี ไม่เคยมีปัญหาเพราะได้รับเงินมาครบทุกบาท จากนั้นก็รับปุ๋ยมาเลี้ยงวัววด้วยทุกครั้ง ซึ่งค่าปุ๋ย สหกรณืจะทำการหักจากเงินที่ได้จากขายน้ำนม
แต่ในปี 2569 ตั้งแต่เดือนมกราคม มาจนถึงปัจจุบัน สหกรณ์โคนมน้ำพองจำกัด ไม่จ่ายเงินให้ตนและสมาชิกที่เลี้ยงวัวนมอีกหลายราย จนเกิดปัญหาค่าใช้จ่ายในครอบครัว จนต้องกู้เงินมาใช้และซื้อปุ๋ยมาใส่นาข้าว ซื้อปุ๋ยมาใส่ในไร่อ้อย จนต้องเป็นหนี้หลายบาท ตนและสมาชิกได้ทวงถามกับทางสหกรณ์ฯ ก็ได้คำตอบว่า รอไปก่อน ซึ่งก็รอมาเกือบครึ่งปีแล้วก็ยังไม่ได้เงิน ในส่วนของตนนั้น มีเงินที่สหกรณ์ฯค้างจ่ายค่าน้ำนมดิบร่วมหนึ่งล้านบาท
“ขณะนี้สมาชิกสหกรณ์ฯและสมาชิก อศค.กำลังรวมตัวกัน เพื่อเดินทางเข้ากรุงเทพไปพบกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เพื่อเรียกร้องให้ดูแลประชาชนที่เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมด้วย เพราะเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เคยยื่นเรื่องเรียกร้องมาแล้วกับรัฐบาลชุดที่แล้ว และ รมต.คนที่แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงได้นัดรวมตัวกันเดินทางเข้าไปพบ รมต.คนใหม่ให้แก้ไขปัญหาที่ให้เกษตรกรด้วย เพราะทุกคนกำลังแย่ บางรายขายวัวในฟาร์มออกไปทุกวัน เพื่อนำเงินมาใช้จ่าย มาใช้หนี้ที่เพิ่มขึ้น สาเหตุเพราะ สหกรณ์ฯไม่จ่ายเงิน และอยากรู้ว่า น้ำนมดิบที่รับซื้อจากเกษตรกรทั้งหมดนำไปที่ไหน หากนำไปผลิตเป็นนมชนิดต่างๆ ก็แสดงว่ามีการซื้อขายกันอยู่ แล้วเงินไปไหน ทำไม ไม่นำมาจ่ายให้เกษตรกร”
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ