
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 มิ.ย.2569 นายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูเวียงได้ลาดตระเวนปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า บริเวณป่าอ่างแฝด จ.ขอนแก่น หลังได้รับแจ้งเบาะแสว่ามีบุคคลลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ ก่อนพบกลุ่มชายต้องสงสัย โดยชาย 2 คนอาศัยความมืดวิ่งหลบหนี ส่วนอีก 1 คนถูกควบคุมตัวพร้อมอาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ เครื่องกระสุน ยาบ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ รวม 17 รายการ เจ้าหน้าที่เร่งยกระดับการลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยงและเขตรอยต่อชุมชน ป้องกันการลักลอบล่าสัตว์และกระทำผิดซ้ำ
“การปฏิบัติการครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งข่าวจากผู้หวังดีว่า มีบุคคลเข้าไปล่าสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียง บริเวณป่าอ่างแฝด บ.โนนสูง ม. 14 ต.ในเมือง อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น ที่จึงจัดกำลังออกลาดตระเวนหาข่าวและวางกำลังดักซุ่มในบริเวณดังกล่าว จนกระทั่งกลางดึกที่ผ่านมาได้ยินเสียงคล้ายอาวุธปืนดังขึ้นจำนวน 8 ครั้ง จึงเดินติดตามไปตามทิศทางของเสียง แต่เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุเป็นป่ารกทึบ ประกอบกับเป็นเวลากลางคืน และเสียงคล้ายอาวุธปืนได้ขาดหายไป จากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นแสงไฟจำนวน 1 ดวง กำลังมุ่งหน้ามายังจุดที่เจ้าหน้าที่ดักซุ่มอยู่ จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ระหว่างนั้น ชายจำนวน 2 คนได้อาศัยความมืดวิ่งหลบหนีไป ส่วนชายอีก 1 คน ซึ่งสะพายกระเป๋าเป้และถุงย่ามสะพายข้าง ได้นอนราบลงกับพื้น โดยบริเวณดังกล่าวพบอาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์จำนวน 1 กระบอก มีเครื่องกระสุนอยู่ในรังเพลิง และอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวและตรวจค้น”
นายสุธรรม กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบทราบชื่อต่อมาคือ นายเสถียร แก้วบ้านดู่ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 บ.นาดี ม. 13 ต.กุดธาตุ อ.หนองนาคำ จ.ขอนแก่น พร้อมตรวจยึดของกลางรวม 17 รายการ ประกอบด้วย
อาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ จำนวน 1 กระบอก
,เครื่องกระสุนดินดำ จำนวน 1 ชุด,ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาบ้า จำนวน 1 เม็ด,อุปกรณ์การเสพ จำนวน 1 ชุด,หนังสติ๊ก จำนวน 1 อัน, มีดตะขอ จำนวน 2 เล่ม,เสียม จำนวน 2 เล่ม,ไฟส่องสัตว์ จำนวน 3 ดวง
,เชือกไนลอนสีเขียว จำนวน 3 เส้น,หมวก จำนวน 1 ใบ
,กระเป๋าเป้สะพายหลัง จำนวน 2 ใบ,หมวกไหมพรม จำนวน 1 ใบ,เสื้อกันฝน จำนวน 1 ตัว,ถุงย่ามสะพายข้าง จำนวน 1 ใบ,สเปรย์ฆ่าแมลงยี่ห้อไบกอน จำนวน 1 กระป๋อง,แป้งยี่ห้อโพรเทคส์ จำนวน 1 กระป๋อง
และกระสอบปุ๋ย จำนวน 1 ใบ
“จากการสอบถาม นายเสถียรให้การว่า ได้เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติภูเวียงเพื่อเก็บหาของป่า หรือหน่อไม้ โดยเดินทางมากับพวกรวมทั้งหมด 3 คน ได้แก่ นายแสบและนายกล้า ซึ่งไม่ทราบชื่อจริง อายุประมาณ 28 ปี เป็นราษฎรบ้านนาดีส่วนอาวุธปืนที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบนั้น นายเสถียรให้การว่าไม่ใช่อาวุธปืนของตน แต่เป็นของนายกล้า ขณะที่เสียงคล้ายอาวุธปืนซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ยินก่อนหน้านั้น นายเสถียรให้การว่าไม่ใช่เสียงปืนจากกลุ่มของตน”
นายสุธรรม กล่วต่ออีกว่าภายหลังตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน คณะเจ้าหน้าที่ได้พิจารณาร่วมกันแล้วเห็นว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 19 (7) ฐานนำอาวุธหรือเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์เข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาตินอกจากนี้ ยังเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 20 ฐานเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติแล้วไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดส่วนการครอบครองอาวุธปืนและเครื่องกระสุน เข้าข่ายเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 มาตรา 8 ฐานมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเวียงเก่า เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ 084-0323211-0628929797
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ