
เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สส.ภ.4 เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 4 โดยมี พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ รอง ผบก.สส.ภ.4และ พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.สส.1 บกสสภ.4 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติ กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ศอ.ปส.ภ.4 เปิดปฏิบัติการเด็ดปีกเครือข่ายยานรก สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงยาเสพติดชายแดนแม่น้ำโขง ก่อนลำเลียงเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายการป้องกัน สกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล
สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 ได้สืบทราบว่าจะมีการลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากบริเวณพื้นที่ชายแดนโขง จ.บึงกาฬ ไปส่งในพื้นที่ตอนในของประเทศ โดยใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อ CHEVROLET รุ่นCOLORADO สี แดง ติดทะเบียน 2 ฒน 8371 กรุงเทพมหานคร เป็นยานพาหนะในการลำเลียงยาเสพติด จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.สมภพ กองสมบัติ ผกก.สืบสวน 1 บก.สส.ภ.4 วางแผนติดตามสืบสวนจับกุม
จนกระทั่งค่ำของวันที่ 5 ก.พ.2569 ที่ผ่านมาพบรถยนต์ต้องสงสัย ขับอยู่บนทางหลวงหมายเลข 212 มุ่งหน้าไปยัง อ.บึงโขงหลง จ.บึงกาฬ ชุดสืบสวน กก.สืบสวน 1 จึงได้ติดตามไป กระทั่งเข้าพื้นที่ อ.เซกา จ.บึงกาฬ ซึ่งบริเวณดังกล่าว เป็นสี่แยกไฟแดง และเป็นถนนแคบ จึงได้เข้าทำการสกัดกั้นรถโดยใช้รถยนต์ จนสามารถควบคุมตัวนายวี (ขอสวนนามสกุล) อายุ 35 ปี ชาวต.ศรีสุทโธ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี
ตรวจสอบภายในรถ พบกระสอบพลาสติกสีดำจำนวน 1 กระสอบ อยู่เบาะหลังคนขับ เมื่อตรวจสอบดูพบว่าเป็นยาเสพติด(ยาบ้า) จำนวน 108,000 เม็ด และพบอาวุธปืน จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน จำนวน 16 นัด อยู่ภายในช่องเก็บของข้างคนขับรถยนต์คันดังกล่าว
สอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหา รับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดและอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนปืน เป็นของตน โดยมีคนรู้จักให้นำยาบ้าทั้งหมดนั้น ไปวางทิ้งไว้ที่แยกบ้านผือจุดที่เป็นทางตรงจากมิตรภาพจะไปอำเภอบ้านผือ หากส่งสำเร็จจะให้เงิน30,000 บาท จึงรับทำงาน ทำหน้าที่เป็นนักบินส่งยาบ้า แต่ยังส่งไม่สำเร็จ ก็ถูกจับกุม จากนั้นได้ทำการตรวจปัสสาวะของผู้ต้องหา พบผลเป็นบวกต่อสารเมทแอมเฟตามีน
ผบก.สส.ภ.4 กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับรถยนต์คันที่ใช้เป็นยานพาหนะลักลอบส่งยาบ้านั้นพบว่า ผู้ต้องหาได้ซื้อมาจากเพจซื้อขายรถหลุดจำนำทาง Facebook ในราคา 170,000 บาท ซื้อมาเมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ส่วนอาวุธปืนเป็นปืนแบลงค์กันดัดแปลงลำกล้องขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน 1 ซอง และเครื่องกระสุนปืนขนาด .380 จำนวน 16 นัด ไม่มีทะเบียน ผู้ต้องหาซื้อมาจากเพื่อนในราคา 10,000 บาท เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว
และจากการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหา พบว่าเคยต้องโทษคดีอาญา 2 คดี ตัวการผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษหรือเสพวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท ตามที่อธิการบดีกำหนดในขณะขับขี่,เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 คดีของสภ.บ้านแพง ภ.จว.นครพนม คดีที่ 2 ตัวการมีไว้ในครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แอมเฟตามีน หรืออนุพันธ์แอมเฟตามีน) มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่ 375 มก.ขึ้นไป หรือมียาเสพติดที่มีสารดังกล่าวผสมอยู่จำนวน 15 หน่วยการใช้ขึ้นไป คดีของสภ.ดงเย็น ภ.จว.อุดรธานี ทั้งยังมีประวัติบุคคลพ้นโทษ พ.ร.บ.ยาเสพติด พ.ร.บ.จราจรทางบก เรือนจำอำเภอบัวใหญ่ ต.ด่านช้าง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา พ้นโทษ เมื่อปี 2566 ด้วย ส่วนการจับกุมยาเสพติดครั้งนี้ เชื่อว่าน่าจะมีเครือข่ายของกลุ่มผู้ค้ายาเสพติด ลักลอบนำยาบ้าข้ามแม่น้ำโขง เพื่อลักลอบส่งเข้าไปในพื้นที่ส่วนกลางของภาคอีสาน เพื่อจำหน่ายให้คนที่ติดยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสืบสวนขยายผลจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีด้วยเช่นกัน
ซึ่งหลังการสอบสวน และผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ได้ทำการยึดทรัพย์ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดยึดรถยนต์กระบะยี่ห้อ CHEVROLET รุ่นCOLORADO สี แดง จำนวน 1 คัน มูลค่า 745,000 บาท และแจ้งข้อหา จำหน่ายโดยการมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) เพื่อจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชน, เป็นผู้ขับขี่รถเสพยาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย,เสพยาเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย , มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ และพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุสมควร จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เซกา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เซกา จ.บึงกาฬ นำตัวไปดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป
ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ