วันพฤหัสบดี, 22 มกราคม 2569

ตำรวจร้อยเอ็ด รวบแกงค์บัญชีม้าพร้อมได้เงินคืนผู้เสียหายกว่า 2 แสนบาท

เหตุรายนึ้เปิดเผยเมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 25 พ.ย.68 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต นพเก้า  โสมนัส  รอง ผบช.ภ.4  พ.ต.อ วุฒิชัย  จันโทภาส  รอง.ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด  พ.ต.อ.ลือศักดิ์ ดำเนินสวัสดิ์ รอง.ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด   พ.ต.อ  ชลิต  ศรีหานู  ผกก.สภ.เมืองร้อยเอ็ด พ.ต.อ  ณปภัช  สงเคาระห์  ผกก.สืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด  พ.ต.ท ณัฐพงษ์  นาอุดม รอง ผกก.สืบสวน ภ.จว.ร้อยเอ็ด รวมกันจับกุมผู้ต้องหาในแกงต์บัญชีม้ารับจ้างตะเวรกดเงินโดยได้ตัวผู้ต้องหา 2 ราย  พร้อมด้วยของกลางเงินสด 194,00 บาท โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง และสมุดบัญชีธนาคารต่างๆอีกหลายเล่ม

***พฤติการณ์แห่งการเกิดเหตุ เมื่อวันที่16 พ.ย. 2568 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากศูนย์บริหาร เหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์นานาชาติ ( ศกค. ) ผ่านศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอส.ภ.4 ) ว่ามีกลุ่มคนร้ายที่เกี่ยวข้องกับแก็งค์สแกมเมอร์น่าจะเดินทางมาทำธุรกรรมถอนเงินสดในพื้นที่ จว.ร้อยเอ็ดเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ทำการสืบสวนหาข่าวจนทราบว่ากลุ่มคนตามที่ได้รับแจ้งดังกล่าวน่าจะมาทำธุรกรรมในบริเวณ ห้างโรบินสันสาขาร้อยเอ็ด จึงได้วางกำลังเฝ้าดูพฤติการณ์จนพบว่ามีนายสุวัฒน์ชัยหรือกบ มีพฤติกรรมหน้าสงสัยอยู่ที่บริเวณศูนย์อาหารชั้น 2 ห้างโรบินสัน สาขาร้อยเอ็ดและต่อมาได้มี น.ส.ปุณทรัพย์หรือป้อม เดินทางมาสมทบ จากนั้นทั้งคู่ได้วางแผนในการถอนเงินสดและน.ส.ปุณทรัพย์หรือป้อมฯ ได้เดินไปถอนเงินที่บริเวณธนาคารกสิกรสาขาโรบินสันร้อยเอ็ด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ประสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกสิกรจนน่าเชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังเป็นกลุ่มแก็งสแกมเมอร์ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเพื่อทำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบเงินสด จำนวน 194,000 บาทเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทำการสอบถามข้อมูลและทำการสืบสวนขยายผล จน น.ส.ปุณทรัพย์หรือป้อมฯ และนายสุวัฒน์ชัยหรือกบ รับว่าเงินจำนวนดังกล่าวข้างต้นเป็นเงินที่แก็งสแกมเมอร์หลอกให้ผู้เสียหายโอนเข้ามาจำนวน 2 ราย ดังนี้

**ผู้เสียหายคนที่ 1 โอนเงินเข้ามาจำนวน 144,000 บาท ข้อมูลตามระบบ Thaipoliceonline.go.thตามหมายเลขรับแจ้งความออนไลน์ พฤติการณ์ในคดี หลอกให้โอนเงินรับสินค้า

**ผู้เสียหายคนที่ 2  โอนเงินเข้ามาจำนวน 50,000 บาท ตามข้อมูลรับแจ้งความเมื่อวันที่16 พ.ย.2568 เวลา 13.05 น. สภ.บางบัวทอง พฤติการณ์ ในคดี ลูกค้าแจ้งว่าลงทุนออนไลน์ ซื้อขายสินค้าแบรนเนม โดยได้รับค่ากำไรเป็นส่วนต่างหลักพันเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมทำการจับกุม

 โดยมีผู้ต้องหาที่ 1 ชื่อนางสาวปุณทรัพย์หรือป้อม อายุ 44 ปี หมู่ที่ 4 ตำบลหนองเต็ง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์โดยกล่าวหาว่า ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนฯ ตาม พรก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 (มาตรา 9) , ร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปสมคบกันฟอกเงิน ตามพรบ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 (มาตรา 5 และ9) และ อั้งยี่

**ผู้ต้องหาที่ 2 นายสุวัฒน์ชัยหรือกบ อายุ 55 ปี ตำบลหนองน้ำใหญ่ อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยกล่าวหาว่า ผู้ต้องหาที่๒ ร่วมกันเป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อ ขาย ให้เช่า หรือให้ยืม บัญชีเงินฝากๆ ตาม พร.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 (มาตรา 10 ) ร่วมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปสมคบกันฟอกเงิน ตาม พรบ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2552 (มาตรา 5 และ 9 ) และ อั้งยี่พร้อมด้วยของกลางประกอบด้วย.เงินสด จำนวน 194,000 บาท , 2.โทรศัพท์มือถือจำนวน 5 เครื่อง ,บัญชีธนาคารจำนวนหลายบัญชี

ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าตนเองรับจ้างกดเงินออกจากบัญชีโดยจะตะเวรกดตามคำสั่งของแก๊งค์สแกมเมอร์โดยได้ค่าจ้างกดเงินครั้งละ 3,500 บาท ต่อหนึ่งวันก็จะได้กดหลายครั้งแล้วแต่แก๊งค์สแกมเมอร์จะหลอกคนให้โอนมาได้ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนในข้อหา ยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก  โดยมิได้เจตนาใช้เพื่อตน รวมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปสบคบกันฟอกเงิน รวมกันเป็นธุระจัดหาเพื่อให้มีการซื้อขายให้เช่าหรือให้ยืมบัญชีเงินฝาก

  ทั้งนี้ภายหลังผู้เสียหายคนที่ 1 ได้เดินทางมาจากพัทยาเพื่อมารับมอบเงินคืนพร้อมทั้งดีใจมากทื่ได้เงินคืน ส่วนอีก 1 รายกำลังเดินทางเพื่อมารับเงินคืน

    ** ผู้เสียหายคนที่ 1 กล่าวว่า ตนเองได้ไปเจอ facebook แจ้งให้มีการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ฟรีจึงได้ทักแชทไป แต่ผลิตภัณฑ์ฟรีนั้นได้จริง (ทักแชท 15 พ.ย.2568) วันต่อมามีลิงค์ส่งมาในแชทดังกล่าวและได้ทำตามกระบวนการที่เขาได้แจ้งไว้ชวนให้ลงทุนซึ่งตอนแรกก็จ่ายไปเพียงแค่ 1,500 บาทหลังจากนั้นก็จ่ายไปเรื่อย ๆ จนเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 589,750 บาท โดยการโอนไปทั้งหมด 6 ครั้ง 4 บัญชี ซึ่งแต่ละครั้งเป็นแต่ละบัญชีแต่ก็ยังดีใจที่ได้ 144,000 บาทกลับคืนมา ตนอยากจะฝากถึงทุกคนทุกอย่างคือต้องมีสติ ตนเองวันนั้นในการเสียเงินไปจากการชักชวนให้ลงทุน ใช้คำว่าคล้ายๆกับเทรดหุ้นแล้วเขาแจ้งเราว่าทำผิดกติกาเขาจึงไม่โอนคืนมาให้ถ้าอยากได้คืนก็ต้องให้เราโอนยอดสมทบไปมากกว่าเดิม ตอนนั้นคิดแค่ว่าเงินที่เสียไปก็อยากได้คืน นั่นแหละคือตนเองไม่มีสติต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดร้อยเอ็ดที่ได้โทรไปแจ้งว่าตนเองโดนหลอกถ้าไม่อย่างนั้นคงจะต้องเสียเงินไปอีก

พ.ต.อ วุฒิชัย  จันโทภาส  รอง.ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด  ฝากถึงประชาชนเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ เป็นเหมือนเดิม ลักษณะคล้ายๆหลอกให้ลงทุน ซึ่งผู้เสียหายกว่าจะรู้ตัวก็หมดไปเยอะพอสมควร ยังโชคดีที่ได้มาส่วนนึง  เมื่อเกิดเหตุดังกล่าวสามารถแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจท้องที่ ที่เกิดเหตุ หรือแจ้งความออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ thaipoliceonline.com. นอกจากนี้ สามารถโทรศัพท์แจ้งอายัดบัญชีปลายทาง ที่เบอร์ 1441 (ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ) โดยทันที

////////

โชติกา ภาพ/ข่าว