วันอาทิตย์, 20 กันยายน 2569

มข.ยกวิจัยสู่ชุมชน พัฒนา “โรงเรือนอัจฉริยะ” ปลูกพืชผักได้ทุกฤดู ไม่หวั่นฝนตก-น้ำแล้ง สร้างรายได้ให้เกษตรกรทั้งปี

07 ต.ค. 2024
323

ฝนตก น้ำท่วม หรือ ฤดูร้อน น้ำแล้ง หรือ ฤดูหนาว ศัตรูพืชบุก จะช่วงไหน ก็ยังได้ยินข่าวผักแพง ผลไม้ขาดตลาด ซึ่งปัจจัยเหล่านี้นับเป็นปัญหาใหญ่ที่เกษตรกรต้องเผชิญทุกปี  โครงการพัฒนาโมเดลนำร่องในการขับเคลื่อนงานวิจัยเพื่อสร้างผลกระทบขนาดใหญ่ในการพัฒนาเชิงพื้นที่โดยกลไกมหาวิทยาลัย (CIGUS Model) ภายใต้ทุนวิจัยสนับสนุนโดย สกสว. นำโดยคณะเศรษฐศาสตร์ ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จึงเดินหน้าศึกษาวิจัยพัฒนา “โรงเรือนอัจฉริยะ” บูรณาการวิชาการเพื่อสร้างประโยชน์สู่สังคม

image

โดย ผศ.ดร.นันทวัน ฤทธิ์เดช  อาจารย์สาขาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับนางสาวพรระพี สารินทร์ ผู้ช่วยนักวิจัย นำองค์ความรู้มาร่วมต่อยอดเป็นโรงเรือนอัจฉริยะร่วมกับ รศ. ดร.นรชิต จิรสัทธรรม และทีมคณะเศรษฐศาสตร์

ผศ.ดร.นันทวัน กล่าวถึงคุณสมบัติของโรงเรือนอัจฉริยะว่า งานวิจัยนี้ช่วยควบคุมศัตรูพืชและธาตุอาหารในดินได้เป็นอย่างดี ด้วยสูตรดินเพาะปลูกที่มีการศึกษาค้นคว้าและพัฒนาจากเศษวัสดุ สิ่งเหลือใช้ต่าง ๆ ในชุมชน มาผสมกับดินในท้องถิ่น แกลบ และมูลวัว ก่อนจะนำมาผ่านกระบวนการหมักจนกลายเป็นสูตรดินที่มีแร่ธาตุ N P K ครบถ้วน มีคุณสมบัติเทียบเท่ามาตรฐานปุ๋ยอินทรีย์

“ดินโดยทั่วไปมักจะผสมส่วนผสมต่าง ๆ แล้วนำมาขายให้แก่เกษตรกรทันที แต่ดินสูตรของทีมวิจัยนี้ผ่านการหมักมาแล้ว ส่งผลให้เมื่อนำมาใช้ปลูกพืชผักจะช่วยให้เจริญเติบโตได้ดี ลดความเสี่ยงรากเน่าได้ อีกทั้งยังลดปัจจัยเรื่องศัตรูพืช และจุลินทรีย์ที่ไม่ดีต่าง ๆ ได้อีกด้วย”

message-Image-1727766331251-0

นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้พัฒนาปุ๋ยอินทรีย์น้ำยับยั้งโรคพืช และป้องกันศัตรูพืช ด้วยการผสมเปลือกผักผลไม้ หญ้า หมักกับกากน้ำตาล ใช้เวลา 30-40 วันจนย่อยมาเป็นน้ำหมักไว้ฉีดบำรุงผักที่ปลูก ซึ่งปุ๋ยนี้มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับปุ๋ยเคมีแต่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งยังช่วยลดขยะในชุมชนตามแนวคิด “Zero Waste” ขณะเดียวกันโรงเรือนอัจฉริยะยังสามารถควบคุมระบบอุณหภูมิและการรดน้ำได้ด้วยแผงควบคุมอัตโนมัติที่ติดอยู่กับเชลเตอร์ปลูกผักความสูง 60 เซนติเมตร เพื่อปรับการรดน้ำให้เหมาะสมกับผักแต่ละชนิดในแต่ละฤดูกาลอีกด้วย

“เมื่อปลูกผักในโรงเรือนอัจฉริยะจะช่วยให้สามารถควบคุมปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดของพืชผักได้ ทำให้เกษตรกรมีผลผลิตที่มีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิตทั้งดินและปุ๋ย สร้างรายได้ได้ตลอดทั้งปีไม่ว่าจะฤดูร้อน ฤดูฝน หรือฤดูหนาว หรือแม้แต่ช่วงน้ำท่วม ผักที่ถูกปลูกบนเชลเตอร์ในโรงเรือนก็ยังสามารถเติบโตต่อไปได้ ไม่ถูกฝนตกหนักใส่หรือน้ำท่วมขังจนตาย”

message-Image-1727766385021-0

ปัจจุบันโรงเรือนอัจฉริยะเดินหน้ามาถึงขั้นตอนการทดลองปลูกในพื้นที่จริงในชุมชนหนองหญ้าข้าวนก ต.หนองแวง อ.พระยืน จ.ขอนแก่น แล้ว พร้อมกับการลงพื้นที่ให้องค์ความรู้เกี่ยวกับสูตรดิน วิธีการสร้างปุ๋ยอินทรีย์น้ำ   และเทคนิคการปลูกผักต่าง ๆ ผ่านการประสานงานเชื่อมโยงชุมชนกับนักวิจัยโดยนางสาวจารุวรรณ ใจบาล และนายภูชิชย์  จิตนะ ตัวแทนบริษัท สฤก จำกัด บริษัทในรูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) ภายใต้ความร่วมมือและถือหุ้นโดยมหาวิทยาลัยขอนแก่น

เบื้องต้น เป็นการปลูกต้นกล้า ทั้งผักบุ้ง ผักกวางตุ้งฮ่องกง และกะเพรา เพื่ออนุบาลต้นกล้าให้แข็งแรงก่อนจะนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรในชุมชนกว่า 30 ครัวเรือน ได้นำไปปลูกต่อเพื่อสร้างรายได้ต่อไป ซึ่งการปลูกผักแต่ละรอบใน    1 โรงเรือนสามารถปลูกได้ถึง 50-60 ถาด หรือประมาณ 5,000 – 6,000 ต้น โดยระยะเวลาในการปลูกแต่ละรอบจะขึ้นอยู่กับชนิดของผักนั่นเอง

image

ขณะที่ ผศ.ดร.จักรกฤช เจียวิริยบุญญา หัวหน้าโครงการ CIGUS Model  คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ระบุว่า ในอนาคตจะมีการพัฒนาต่อยอดโรงเรือนอัจฉริยะ โดยการสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกผักที่มีความต้องการในตลาดสูงทั้งผักสลัด ผักเคล ขึ้นฉ่าย ผักชี หรือใบงาที่เริ่มมีการทดลองปลูกแล้ว ขณะเดียวกันทีมวิจัยยังเตรียมศึกษาค้นคว้าเพื่อขยายการปลูกพืชผักไปยังด้านล่างเชลเตอร์ โดยจะเลือกผักที่ต้องการแสงสว่างน้อย เช่น ถั่วงอก หรือ ต้นอ่อนทานตะวัน เพื่อเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกร

“คณะเศรษฐศาสตร์มีการวางแผนการตลาดควบคู่ไปกับการให้องค์ความรู้ผลิตพืชผักต่าง ๆ นับเป็นอีกก้าวของการต่อยอดธุรกิจในภาคการเกษตรและเพิ่มศักยภาพให้เกษตรกรโดยเฉพาะในภาคอีสานสามารถแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการลดต้นทุน เพิ่มคุณภาพสินค้า สร้างรายได้ให้เกษตรกรได้ตลอดทั้งปี และช่วยสร้างภาพจำปรับมุมมองให้คนรุ่นใหม่ไม่มองว่าอาชีพเกษตรกรคือทางเลือกสุดท้ายในวันที่ไม่มีงานทำ”

DB1-C55-E3-FE83-426-B-A2-D4-AD78-CD36359-E-1200x800-0

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอาชีพเกษตรกรกำลังเดินทางมาถึงจุดที่คนรุ่นใหม่กำลังท้าทายกับความคิดว่าจะต่อยอดจากรุ่นพ่อแม่หรือไม่ แต่ข้อดีของเด็กรุ่นใหม่บางส่วน คือ การมีต้นทุนที่ดี ทั้งที่ดินเพาะปลูก และภูมิปัญญา เมื่อมีผลิตผลแล้ว สิ่งที่ต้องเสริมคือองค์ความรู้

4439-DE67-3533-433-F-A130-A140-FB2-FDACE-1200x900-0

ทั้งนี้ แม้ว่าโรงเรือนอัจฉริยะยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองปลูกสำหรับชุมชนนำร่อง แต่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมที่ให้องค์ความรู้ด้านเกษตรกรรมไปจนถึงด้านการตลาดเพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงให้ชุมชนอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังมีหลักสูตรและวิชาเกี่ยวกับการวิเคราะห์ปัญหาด้านเศรษฐศาสตร์ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการบริหารจัดการเงิน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการสร้างธุรกิจ และในเร็ว ๆ นี้กำลังจะมีหลักสูตร Non-Degree ให้เลือกเรียนวิชาที่สนใจเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์ โดยเฉพาะ เศรษฐศาสตร์ ESG ที่จะช่วยสนับสนุนการทำเกษตรอย่างยั่งยืน และตอบสนองนโยบายของมหาวิทยาลัยขอนแก่นในด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่เพียงเท่านั้น หากผู้ใดสนใจเรียนเกี่ยวกับการสร้างสูตรดินหรือปุ๋ย คณะวิทยาศาสตร์ สาขาจุลชีววิทยา ก็พร้อมสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ผ่านวิชาต่าง ๆ หรือสามารถเข้าร่วมหลักสูตรอบรมการผลิตดินปลูกสำหรับบุคคลทั่วไปได้ด้วยเช่นกัน

ภาพ-ข่าว/ ผานิต  ฆาตนาค

ผู้สนับสนุนแพลตฟอร์มข่าว/สนใจลงโฆษณาติดต่อ นิตยา สุวรรณสิทธิ์ -0628929797 7003315842a3e5554.jpeg tz01.jpeg 2_07b2fa84021c11013.jpeg sm02.jpeg green-white-background06.jpeg cropped-kk0012-scaled-3.jpeg ลิงค์สำรองการฟังวิทยุออนไลน์ FM101.MHZ radio20766.gif


เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ส่งต่อพลังแห่งกีฬาสู่นักศึกษา มข. กลุ่ม Centrality ขอนแก่น โดยทาง ซูเปอร์สปอร์ต (Supersports) และศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น พร้อมด้วยบริษัทในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป มอบรองเท้ากีฬา จำนวน 1,045 คู่
สำนักบริการวิชาการ มข. ผนึกพลังเครือข่าย “จากการให้ สู่การสร้างคุณค่าร่วม” พัฒนาทักษะคนพิการ สร้างอาชีพ–รายได้ สู่การพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน
มข. พร้อมต้อนรับประชาคมเปตองโลก เตรียมเป็นเจ้าภาพศึกชิงแชมป์โลก 20–25 พฤศจิกายน 2569 นี้
มข. จับมือ ออมสิน โชว์ผลงาน “ออมสินยุวพัฒน์รักษ์ถิ่น 2569″ส่ง “ทีมคืนคิง” ชูนวัตกรรมผงฟู่สมุนไพร “คืนตัว” ยกระดับชุมชนบ้านดงกลาง
สำนักบริการวิชาการ มข. เปิดหลักสูตร “Notebook LM AI” พลิกโฉมการทำงานด้วย AI อย่างมีมาตรฐานและตรวจสอบได้
ดร.เชน” มอบนนโยบาย มข.-มอ.-มช.ผนึกกำลังสามสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจมูลค่าสูงด้วยนวัตกรรมและปัญญาประดิษฐ์